รีวิวร้านอาหารบุฟเฟต์ Kouen Sushi Bar

รีวิวร้านอาหารบุฟเฟต์ Kouen Sushi Bar

แม่หลีค่ะ บอกว่า ไม่เคยพาไปไหนเล้ย ไม่เคยพาม่าม๊าไปกินข้าวที่ไหนเลย … หลีก็เลยบอกว่า เอาสิ ร้านไหนบอกมาเลย

ปรากฏว่า ม่าม๊าบอกว่า ไปร้านที่ลูกชายเพื่อนของม่าม๊าเป็นหุ้นส่วนเจ้าของร้าน คือ Kouen Sushi Bar มีสาขาที่ สยามวัน กับ I’m Park จุฬาซอย 9

หลีไปที่ สาขา I’m Park ค่ะ มีที่จอดรถให้ ขับไปด้านในสุด เจอธนาคารกรุงไทย เดินลงไปหาธนาคาร ก็เจอเลยว่า ร้านอยู่ติดกับธนาคารค่ะ

เข้าไป ร้านตกแต่งแบบวัยรุ่นมาก มีเค้านเตอร์ด้านหน้า แล้วมีส่วนด้านในด้วย เราก็ไปด้านในก่อนเลย

16939386_363065337411546_1492703554461712263_n

ร้านนี้เป็นบุฟเฟต์แบบไม่ต้องเดินนะคะ นอกจากเดินหยิบน้ำ แต่ใช้สั่งเอาค่ะ มีสามราคา เมนู สามชุด ชุด 599 ชุด 1070 และ 1235 บาท … ลำดับอาหารก็พิเศษขึ้นไปตามราคา โดย 599 เป็นฐานตั้งต้นค่ะ

หลีกินอยู่ประมาณ 1070 เนต ชุดกลางค่ะ ก็ได้ความพิเศษตรงมี Sahimi Agollo, Wagyu Jumbo, Botan Mentaiko Yaki (สามอันนี้สุดโค่ยมากค่ะ) แล้วที่ต้องกินแบบสองสามถาดเลยค่ะ

Hotate Spicy Cheese Yaki ซึ่งเป็นหอยเชลส์ ชีส อยู่บนเตา เขาเสริฟมาเป็นเตาร้อนๆเลยค่ะ หอยใหญ่มว๊ากกกกกกกกก แล้วหลีก็จะคีบกินเลย พนักงานบอกว่าพี่ขา รอให้ชีสละลายหมดก่อน ใช้เวลานิดหน่อย แล้วก็กินได้ ซึ่งรสชาติอร่อยมาก

ส่วน Sashimi Apollo จะเป็นจาน Sushi ที่รวมหลากหลายปลาดิบ แถมพิเศษคือมี ฮามาจิ มากูโร ด้วย ซึ่งปกติ จานนี้ที่ร้านญี่ปุ่นทั่วๆไปก็ เหยียบพันแล้วค่ะ

จานที่เผลอสั่งผิดแต่ได้กินคือ Engawa Sushi ซึ่งจริงๆแล้ว มันอร่อยมากกกกกกก กินชุดพิเศษของระดับกลางก็โอเคแล้ว …

Wagyu Jumbo เป็นเนื้อวากิวแสนน่ากินด้านล่างเป็นข้าวค่ะ อร่อยสุดๆ (อันนี้เพื่อนกิน)

จะมีก็น้ำอัดลม น้ำชาที่เขาให้แก้วไปเดินกดตักเองค่ะ จะว่าไปก็ขาดตรงไม่มีของหวานปิดท้าย เลยต้องไปหาอะไรกินต่อ ทั้งๆที่อิ่มสุดๆ …

อิ่มแน่นอนค่ะ รับรอง

แนะนำนะคะ ไม่ได้ค่าโฆษณาอะไรเลย แต่อยากได้ค่าโฆษณามากเลย แต่ร้านเขาก็เต็มสุดๆอยู่แล้ว ต้องโทรจองค่ะ อันนี้ที่หลีไปสาขา I’m Park จุฬา ซอย 9 นะคะ มีที่จอดรถ แต่ต้องโทรจอง ลอง search ทางไลน์ หรือกูเกิ้ลดูเบอร์ได้เลยค่ะ

Advertisements

Shu Uemura : Eye Brow Manicure & Brow Sword (Eng/Thai)

Shu Uemura : Eye Brow Manicure & Brow Sword

16939298_1828160640804664_2042955879518234373_n

Outstanding Point

Brow Sword : magnificent color, waterproof, multitasking in one (pencil, sharpener, brush in one)

Eyebrow Manicure : easy use, waterproof

Details: 

I passed She Uemura Counter in Paragon Department Store, I stopped with the poster of “Shu Brow Tokyo Brow Station”. So, I try to test things there. BA came to advice me about such products and asked me to sit in and test Eyebrow Manicure on my brow.

My objective was to color my brow for more lighter. Eyebrow Manicure with Ash Brow color is ok for me. Then, BA told me that if I used brow sword before eyebrow manicure, the brow will be looked better. And she tested to me, as picture below: you will see that my right brow was more perfect than the left one. The right one was applied with both brow sword and eyebrow manicure. The left one was applied only brow sword with Walnut Brown.

16996179_1828160680804660_6412065554873830272_n

So, I bought both.

When I tried with water, it was ok with waterproof.

For Brow Sword, all things are in one pencil, the pencil, the sharpener, and the brush. it is so perfect and easy to use.

How to

Just apply brow sword first to draw your brow perfectly, then apply eyebrow Manicure by applying to the opposite direction of your eyebrows and to the same direction of your eyebrows.

Shu Uemura : Eye Brow Manicure & Brow Sword

จุดเด่น

Brow Sword สีที่ติดทน Waterproof อุปกรณ์ที่ซ่อนอยู่ครบในหนึ่งแท่ง

Eyebrow Manicure แปรงสีติดทน Waterproof

รายละเอียด

เดินเล่นอยู่ที่ พารากอน ก็ถูกดึงดูดที่เค้าน์เตอร์ Shu Uemura ด้วย คำว่า Shu Brow Tokyo Brow Station ก็หยุดกึกเลยค่ะ แหม เห็นความเป็น NO 1 brand in eyebrow makeup หลีก็ยิ่งตื่นเต้น พอดีเพิ่งไปสักคิ้วมาค่ะ (รอรีวิวคลิปสักคิ้วของหลีด้วยนะคะ) แล้วอยากจะเล่นสีเล่นสรรกับคิ้ว ก็เลยมาหาอะไรบางอย่างที่จะเปลี่ยนสีคิ้วเราได้ …

ก็เลยแวะคุยกับBA บอกน้องเขาไปในสิ่งที่เราต้องการอย่างชัดเจนคือ อยากเปลี่ยนสีคิ้ว อยากเล่นกับคิ้วตัวเองบ้าง อะไรบ้าง ยืนดูอุปกรณ์การเขียนคิ้ว ก็ได้เห็น ดินสอเขียนคิ้ว ชุดสีต่างๆ แปรงเหมือนมาสคาร่าอีกละ แล้วก็ดินสอแบบไม่ต้องเหลาที่เรียกว่า Brow Sword (ดาบคิ้ว)

มันก็มีให้เลือกค่ะ หลีก็พยายามเลือกสีก่อน เอาดินสอ กับ ดาบคิ้วมาลองเขียนที่หลังมือ ปรากฏเขียนไม่ติดค่ะ BA เลยบอกว่า ดินสอของชูจะเขียนไม่ติดที่ไหนเลย นอกจากที่คิ้ว เพราะที่คิ้วจะมีน้ำมัน แล้วเป็นตัวทำให้สีของดินสอเขียนติด ว่าแล้ว BA ก็ลากดิฉันเข้าไปที่เค้าน์เตอร์ จับนั่งอย่างสวย แล้วก็ลองให้เราดู

เธอบอกว่า ถ้าเป้าหมายคือ ยังอยากจะเล่นสีเปลี่ยนสีคิ้ว ขอแนะนำ ตัว Manicure ที่เป็นแปรงสี เหมือนมาสคาร่าให้กับคิ้วค่ะ พอลองทาลงมา สีคิ้วหลีสวยเลย ชอบ คือ เธอเลือกสีที่เข้ากับสีผมที่ทำสีมาของหลีอยู่ มันเลยเข้ากันได้ดี ว่าแล้วก็เตรียมจ่ายเงิน

แต่ยังก่อน เธอก็มีลูกเล่นว่า แต่…พี่คะ (เขาหมายถึงหลี) ถ้าพี่เติมดินสอเขียนคิ้วให้เป็นรูปร่าง แล้วปัดๆๆเกลี่ยให้เรียบร้อย แล้วเราค่อยเอา Manicure ลงอีกที มันก็จะคมขึ้น จากรูปด้านล่าง ด้านขวาคือคิ้วที่ลงดินสอ แล้วก็ลง manicure ค่ะ ส่วนคิ้วด้านซ้ายที่ดูจางกว่าจะลงแค่ manicure ค่ะ

16996179_1828160680804660_6412065554873830272_n

แต่เป้าหมายเราก็แค่ อยากเปลี่ยนสีคิ้ว เลยคิดว่า จะเอาแค่ชิ้นเดียว แต่ด้วยความที่ช่วงนี้ลดราคา 10% ก็เลยได้มาทั้งสองอันเลย เป็นสี Walnut Brown ของ Brow Sword ส่วน Eyebrow manicure หลีเลือกสี Ash Brown ค่ะ

screen-shot-2560-02-25-at-9-55-39-am

พอกลับมาบ้าน หลีก็ลองกับหลังมือดู ก็ได้สีอ่อนอย่างที่คิดจริงๆ ตอนอยู่ที่คิ้วดูไม่ออกเลย แต่พอจะล้างออก ปรากฏว่า มันล้างยากเหมือนกันค่ะ ซึ่งแปลว่า ติดทนนาน ใช้ได้เลย อันนี้ชอบ โดนน้ำก็ยังอยู่ดีค่ะ

เรียกว่าชอบเลย

ตัว Brow Sword นี่เป็นแบบหมุนขึ้นมาค่ะ ไม่ต้องเหลา หลีไม่ชอบผลิตภัณฑ์ที่ต้องมาหากบเหลาดินสอ รำคาญค่ะ เราใจร้อน แต่ตัวนี้ มันจะมีแท่งซ่อนอยู่ด้านในที่เอาไว้เหลาใส่ให้แหลมเพื่อให้เอาไปทาให้คมได้ แล้วปลายอีกด้านก็เป็นแปรงไว้ปัดคิ้ว เรียกว่าดีเลยค่ะ ไม่ต้องยุ่งยากกับอุปกรณ์หลายอย่าง ทุกอย่างอยู่ในแท่งเดียว สมกับเป็นผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่นจริงๆ

ราคา Brow Sword อยู่ที่ 1450 ค่ะ รีฟิว 600 บาท

ราคา Eyebrow Manicure อยู่ที่ 1290บาท ค่ะ

วิธีใช้ 

ลงคิ้วด้วย Brow Sword ก่อน จัดรูปแล้วใช้แปรงด้านปลายปัดๆ แล้วก็เอา Eyebrow Manicure มาแปรงเปลี่ยนสี แปรงสวนทางไปกลับแล้วเกลี่ยให้เรียบร้อยในท้ายสุด

Amazonian Clay Full Coverage Airbrush Foundation : tarte

Amazonian Clay Full Coverage Airbrush Foundation : tarte

16865187_1826894300931298_8646397799443439158_n

จุดเด่น 

ปกปิดมิด เหมาะสำหรับคนผิวมัน ติดทนนนานถึงเย็นเลยค่ะ มีสีให้เลือกมาก เราเลือกที่เข้ากับผิวของเราได้เลย

รายละเอียด

หลียอมรับคะ ว่ามีแป้งพัฟเยอะ หลายตลับเลย แต่บางทีก็ไม่ค่อยชอบพัฟมาแปะแป้งแล้วแปะใส่หน้า แต่ชอบใช้แปรงขูดที่แป้งแข็งแล้วมาตบๆที่หน้ามากกว่า ดูมันไม่หน้าตึบตั๊บอะไรนัก ให้มันฟุ้งๆ ไม่หนามาก หลีไม่ชอบการแต่งหน้าให้มันเข้มหรือดูว่าแต่ง ยุคสมัยนี้เราต้องทันสมัยค่ะ ไอ้ความทันสมัยคือ แต่งให้ดูเบาๆ แต่ปกปิดริ้วรอย จุดแดงดำให้มิดชิด บางทีรองพื้นเอาไม่อยู่ ยิ่งสูงวัยอย่างหลี บีบีก็ไม่ค่อยอยู่ การตบแป้งจะช่วยได้เยอะ แต่ตบหนาๆก็หนักหน้าเกินไปค่ะ

 โอ้ย เป็นผู้หญิงเรื่องเยอะค่ะ หลีเนี่ย .. หาสามีไม่ได้ก็เพราะแบบนี้แหละ

Tarte ออกแป้งฝุ่นสีสรรหลากหลายอันนี้มา หลีไปซื้อที่ sephora เซ็นทรัลเวิลส์ ด้วยราคา 1540 บาท ..หลีว่ามันไม่แพง ถ้าเทียบกับแบรนด์เค้าน์เตอร์หรูหรา กระปุกสวยเป็นไม้ค่ะ ดูวัยรุ่นดี ดูแล้วเราไม่ป้า เวลาใช้ ยิ่งเอาไปถ่ายรูปขึ้นมา เราก็ว่า เฮ้ย เราก็ดูวัยรุ่นดีนาๆๆๆ ไม่เลวเลย ณ ตัวภายใน เราจะไม่เป็นตัวเนื้อแป้งฝุ่นเลย เพราะมันมันตาข่ายกั้นอยู่ หลีก็ งง มาก ตอนลองที่ร้าน ว่าเราจะเอาแป้งมันออกมายังไงหว่า … BA ต้องมาสอน วิธีใช้ มันต้องเอาแปรงกดลงไปในตาข่ายเพื่อให้ผงแป้งติดมา ซึ่งมันติดมาง่ายมาก ไม่เยอะจนเกินไป ไม่ต้องให้ต้องสะบัดแป้งส่วนเกินมามากไป แล้วก็ เอามาตบๆเบาๆที่หน้าได้เลยค่ะ เรียกว่าไม่เยอะ

ด้วยสีที่หลีเลือกคือ Fair Light Honey จะเป็น Peach Undertone การปกปิดที่ให้ความเมป็นธรรมชาติ ทำให้หลีกล้ารีวิวตัวนี้เลย แล้วการปกปิดนี้มีความยาวนานด้วยสิ … จากที่หลีลองใช้มาเกือบเดือน ของเขาก็สมราคาคุยค่ะ อยู่ทนถึง 12 ขั่วโมง ซึ่งนิสัยหลีเนี่ยชอบลูบหน้าตัวเอง ตกเย็น แป้งมักไม่เหลือ แต่ตัวนี้อยู่ค่ะ เหลือให้ล้างคุ้มกับครึมล้างหน้าเลย อย่างที่บอกตอนต้น ตัวนี้มีสีให้เลือกให้เนียนไปกับผิวหลากหลายสีมากค่ะ สิบกว่าสีเลย เท่าที่จำได้นะคะ …ตามรูปด้านล้าง ลงแป้งแล้วนะคะ …จะเห็นว่าเนียนไปกับผิวเลย

16830944_1826894297597965_4480678168807982779_n

ในรูปภาพ หลีซื้อแปรงมาด้วยค่ะ แปรงของ Tarte ตัวนี้ จะเป็นแปรงขนสั้น แปรงสังเคราะห์นิ่มดีค่ะ แต่ BA แนะให้หลีซื้อแปรงขนยาวกว่า ณ ราคาเท่ากันที่ 1270 บาท แปรงขนยาวจะให้ความฟุ้งของแป้งเวลาตบไปที่หน้ามากกว่าแปรงขนสั้นค่ะ

แรกลงเลยนี่ได้รับความรู้สึกบางเบาและปกปิดเป็นธรรมชาติดีค่ะ ไม่มีอาการแพ้สารเคมีจากแป้งใดใดเลย อาจจะไม่ได้ดูทำให้หน้าเป็นประกายนะคะ แต่ก็ไม่ได้ไปปกปิดชิมเมอร์แบบครีมที่หลีลงก่อนหน้าที่จะลงแป้งแต่ประการใด สีที่เลือกก็เข้ากับสีผิวหน้าได้ดีเลยค่ะ ถือว่า เป็นตัวชอบเลยก็ว่าได้ ตัวเม็ดแป้งให้ความละเอียดดีค่ะ เอ.เรายังต้องคุยเรื่องความละเอียดของเม็ดแป้งอีกหรอ ในเมื่อยุคสมัยนี้มันไม่ใช่แล้ว ฮ่าๆๆๆๆ

ล่าสุด เมื่อวานนี้เอง หลีลืม …แก่แล้วลืมได้ … หลีลืมลง liquid foundation รองพื้นแบบน้ำ ที่หลีมักจะลงก่อนลงแป้ง คือ หลังจากลง Primer เสร็จปุ๊ป ก็ไปรับโทรศัพท์ ก็ลืมไปว่า ตัวเองยังไม่ผ่านอีกขั้น ก็จัดแป้งตัวนี้ลงเลยค่ะ ตามรูปข้างล่างค่ะ พอดีไปทานข้าว น้องเขาเลยถ่ายไว้ให้ว่า พี่เนียนแค่ไหน ขนาดไม่ได้ลงรองพื้น

16831579_1405923759449016_40141054_n

ผลลัพธ์ก็ออกมาโอเคดีค่ะ เพื่อนบอกก็ปกปิดได้ดีเลย อาจจะเห็นจุดกระนิดหน่อยก็เฉพาะอันนี้เข้มๆ แต่จุดแดงๆนี่ไม่เห็นเลย เรียกได้ว่า โอเคเลยทีเดียว แล้วอยู่ถึงเย็นเลยค่ะ ตอนเย็นมาต้องมาเช็คหน้าสักสี่ห้าทุ่ม ก็ค้นพบว่า แป้งยังอยู่ครบ เกินสิบสองชั่วโมง

เอาเป็นว่าที่เขาคุยนักคุยหน้า ปกปิดเนียน ธรรมชาติและติดถึงถึง 12 ชั่วโมง ไม่ทำให้หน้ามัน…หลี confirm ค่ะ

วิธีใช้ 

เอาแปรงกดไปที่ตาข่าย แล้วแป้งจะติดขึ้นมานะคะ แล้วเคาะๆหน่อย ให้ส่วนเกินของแป้งที่ติดมากับแปรงหลุดไป แล้วมาสะบัดกับหน้างามๆของเรา หลังรองพื้น หรือ หลัง primer หรือ BB ได้เลยค่ะ

รับรองความงาม แต่เลือกสีแป้งให้เข้ากับผิวนะคะ

ส่วนผสมที่โดดเด่น 

ตัวที่เด่นที่สุดของเขาคือ Amazonian Clay ที่ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ เป็นส่วนผสมจากธรรมชาติที่ทำให้ติดทนนาน

Tourmaline พล่อยที่ให้ความสว่างกับใบหน้า สร้างความกระจ่างมากขึ้น

Pearl Powder แอนตี้การอักเสบต่างๆ แอนตี้แบคทีเรีย และเสริมความแข็งแกร่งให้ผิว

Camellia Leaf Extract และ Mineral Pigments ที่ให้ความสว่าง ช่วยการฟื้นฟูผิว และทำให้ผิวหน้านุ่มนวล นอกนั้นก็เป็นสารให้สีเฉพาะแต่ละสีไปค่ะ

Review: Best Western Plus, Hotel Zurcherhof. (Eng/Thai)

 

Walking in Zurich was a very good experience to me. It is a place where you can find old town, good food, luxury shopping stores, excellent museum, good transportation, and magnificent river view. I selected a hotel very near to such thing. The location of the hotel is so good. Just less than 10 minutes walk to train station, the museum is behind the train station. It located in the old town area, a few walk you can find many things to eat, and walk along the river. The river at night is so spectacular.

The name of this hotel is Best Western Plus, Hotel Zurcherhof. It is the hotel under the chain of Best Western, quite a 4 star hotel with good services. The hotel also has the well-known restuarant named Walliser Keller which serves local food of Swiss such as fondue. I can’t review the restaurant food.

The room I stayed was for 3 persons. It is quite big enough for us. It is also non-smoking room with good facilities in the room, smart tv, minibar with free drink, safe.

Since this is my own review, I didn’t get any sponsor from it. I can tell something not nice to this hotel. However, I think many people may not mind for what I will tell you.

First of all, almost every morning, I heard the sound of the bell from the church nearby which it made me not sleeping anymore. Sometime, at night, there was a sound of drunker because the road parallel to the road this hotel located is the road of pubs and bars.

Second, breakfast in this hotel is too boring. I stayed there for 4 nights, I had to eat the same thing, it made me bored so much.

That’s it.

Even though, there are things not nice, i still think that this hotel is located in the very very good location. The service from maid, front staff, restaurant staffs were all good. The cleanliness of the hotel and room were very good.

This hotel is located on Zähringerstrasse 21, 1. Zurich Old Town–City Centre, 8001 Zürich, Switzerland.

You will see that this hotel is parallel to Niederdorfstrasse Road which is a very good road for restaurant in the day time and pubs and bars at night time. Not too far, you will reach the Grossmunster, the very great munster in Zurich. Across the river, you will reach main train station, and shopping street. Wow… so wonderful .

Good Luck to visit Zurich and stayed in this nice hotel.

เดินเล่นที่ ซูริคนี่เป็นอะไรที่ให้ทุกสิ่งได้กับหลีจริงๆค่ะ เมืองนี้มีทั้งส่วนที่เป็นเมืองเก่า อาหารอร่อย ร้านขายของแบรนด์เนม มิวเซี่ยมที่ดีมาก ระบบการขนส่งที่ง่ายและสะดวก แล้วมีวิวแม่น้ำยามค่ำคืนที่สวยมาก หลีเลือกโรงแรมนี้ก็เพราะสิ่งเหล่านี้แหละค่ะ ดูแผนที่มาอย่างดีเลย โลเคชั่นแจ๋วมากๆ เดินไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงสถานีรถไฟแล้ว ไปเมืองไหนต่อ หรือไปสนามบินก็ไม่ไกลเลย แล้วมิวเซี่ยวแห่งชาติก็อยู่ข้างหลังสถานีรถไฟนี่แหละ โรงแรมนี้อยู่ในบริเวณที่เป็นย่านเมืองเก่าค่ะ ถนนก็เมืองเก่าเลย เดินไปอีกหน่อยก็มีแต่ร้านอาหาร แล้วก็เดินเล่นริมแม่น้ำ

โรงแรมนี้ชื่อ Best Western Plus, Hotel Zurcherhof ซึ่งอยู่ในเครือของ Best Western โรงแรมสี่ดาวที่เป็นมาตรฐานของบริการที่ดีมาก ที่โรงแรมนี้ยังมีร้านอาหารที่ขึ้นชื่อของเมืองคือ Walliser Keller เสริฟ ฟองดู อาหารประจำชาติสวิสค่ะ แต่หลีไม่ได้กินนะคะ หลีรีวิวร้านอาหารไม่ได้

ห้องที่หลีเลือกพัก เป็นห้องสำหรับสามคน ใหญ่พอควรสำหรับพวกเราค่ะ เป็นห้องไม่สูบบุหรี่ซึ่งมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบ ไม่ว่าจะเป็น ทีวี มินิบาร์ แล้วก็ตู้เซฟเล็กๆไว้เก็บของมีค่า

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ได้ค่าสปอนเซอร์จากการรีวิว หลีก็จะเขียนในส่วนที่หลีไม่ค่อยชอบใจของโรงแรมนี้ด้วยนะคะ

แรกเลย เกือบทุกเช้า หลีจะได้ยินเสียงระฆังจากโบสถ์ที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งทำให้นอนไม่ได้ มันเช้าเกินไปค่ะ หกโมงก็ปลุกแล้ว มันดังน่ารำคาญมาก ห้องไม่ใช่ห้องแอร์ค่ะ เพราะเป็นเมืองหนาว เราต้องเปิดหน้าต่าง ไอ้เสียงระฆังนี่ก็แย่มาก แต่ โรงแรมใกล้เคียงก็จะโดนเหมือนกันละค่ะ บางคืนเราก้ได้ยินเสียงคนเมาส่งเสียดังรบกวนคนด้วยยค่ะ เพราะว่า ถนนคู่ขนานกับเส้นที่โรงแรมตั้งอยู่ เป็นถนนตั้งผับบาร์เยอะเลยค่ะ

ข้อสองก็คือ อาหารเช้าที่โรงแรมให้ค่ะ มันน่าเบื่อมาก มันเพราะหลีพักที่นี่ถึงสี่คืน อาหารไม่มีเปลี่ยนเลยแม้แต่นิดเดียว มันก็มีแค่ แฮม นม น้ำ ขนมปัง แคนตาลูบ กินแบบนี้ทั้งสี่วัน ก็ ..แย่เลยค่ะ เบื่อมาก …

แต่ถึงแม้จะมีสิ่งที่ไม่ชอบใจ มันก็ไม่เกี่ยวตัวโรงแรมเท่าไรนัก เราเพิกเฉยมันได้ โรงแรมถึงว่าตั้งอยู่ในจุดที่ดีมากๆๆๆ บริการของแม่บ้าน พนักงานที่ให้บริการทั้งหมดดีมากเลยค่ะ แล้วความสะอาดของห้องและโรงแรมก็ดีมากด้วย

คุณจะเห็นว่า โรงแรมมันตั้งอยู่ที่ Zähringerstrasse ซึ่งมันคู่ขนานไปกับ Niederdorfstrasse ซึ่งถนน Niederdorfstrasse เป็นถนนที่ดังมากสำหรับย่านเมืองเก่า มีร้านอาหารมากมาย ผับบาร์ในตอนกลางคืน แล้วเดินไปอีกหน่อยก็ไปถึง Grossmunster มหาวิหารที่สำคัญมากของซูริคที่คุณต้องแวะ ข้ามแม่น้ำไปอีกหน่อยก็จะถึงสถานีรถไฟ แล้วก็ถนนสำหรับช๊อปปิ้ง เชื่อเถอะค่ะมันยอดมากๆ

ขอให้โชคดีกับการไปเที่ยวซูริก และพักที่โรงแรมดีดีเช่นนี้นะคะ

 

สามขั้นตอนตามรูทีน ที่ต้องทำทุกวัน : 3 things you need to do on your routine for your face.

สามขั้นตอนตามรูทีน ที่ต้องทำทุกวัน เช้าเย็น มีอะไรบ้างนะ ทำเพื่ออะไรกันนะ

16649473_360239531027460_5273381462413021064_n

ขั้นแรก ล้างหน้า … ทำความสะอาดหน้าให้สะอาด ชะล้างสิ่งไม่ดีออกจากหน้า แล้วเตรียมพร้อมนำสิ่งดีดีเข้าสู่ใบหน้า

ขั้นสอง โทนเนอร์ …ขั้นตอนลงโทนเนอร์ ช่วยกระชับผิวและรูขุมขน ช่วยลดน้ำมันบนใบหน้า แล้วก็ทำให้ผิวหน้ากลับมาบาลานซ์ด้วย PH ที่เป็นกลาง

ขั้นสาม ลงครีมบำรุงผิว … ไม่ว่าจะเซรั่ม มอยซ์เจอร์ หรือ การมาร์คหน้า ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งจำเป็นทั้งสิ้น อย่าได้รู้สึกไม่ดีสำหรับคนหน้ามัน

ถ้าจะลงการมาร์คหน้าด้วย oil บ้าง สักสัปดาห์ละครั้ง เพราะการมาร์คหน้าจะทำให้สารอาหารลงสู่ผิวลึกกว่าปกติแล้ว ให้ยังให้ความชุ่มชืนลึกล้ำกว่าและนุ่มนวลกว่า ในขณะที่เซรั่มก็เป็นสารที่เล็กกว่าครีมบำรุงผิว จึงทำให้มันมีคุณค่าในตัวสูงมาก เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้แน่ๆ

ส่วนครีมนั้น คุณต้องลงอยู๋แล้วละค่ะ ในสภาวะอากาศและสิ่งแวดล้อมแบบนี้ ผิวเราที่จะฟื้นคืนมาง่ายๆก็เป็นเรื่องยากไปละค่ะ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยคุณแน่ๆ

รักษาผิว เท่ากับรักษาความสวยของเรานะคะ

3 things you need to do on your routine for your face.

What is it?

first of all, Cleansing your face with good cleanser. Cleaning the dirty, dust, or pollution from your face.

secondly, Toner to pore your skin. Reduce surplus oil from your face. Making your face balance the PH.

Finally, Moisture your face with moisturiser, serum, or mask. All are important. Don’t be afraid for oily face person.

Masking with oil thing once a week is not that bad because masking your face is to bring deeply the food to your skin. It makes your face more moist and mild. Also serum is the smaller matter than moisturiser. So it do down every deep in your skin, it so valuable. For Moisturiser, everyone must have it to your face.

In such pollution and dirty air, the unpredictable weather, the recovery of damaged skin is very hard. So, Take care of it before it is gone.

5 อุปนิสัยที่จะทำให้คุณสูญเสีย ขนตา ให้มันหลุดร่วงไป : 5 habits to avoid not to lose your eyelash

5 habits to avoid not to lose your eyelash

16864140_360155324369214_1903152869805998677_n

1 Remove your makeup gently, especially your eye makeup because mascara is so stingy, it can get rid of your eyelash.

2 Don’t sleep while wearing mascara, your mascara can touch and stick with your pillow and pull your eyelash out.

3 The remove of fake eyelash or eye extension can harm the natural eyelash. Be careful of the removal. Using oil to clean your glue of the eye extension.

4 Using waterproof mascara can make you lose your eyelash because it dry out our natural eyelash.

5 The eye lash curler can harm your natural eyelash because it can pull the hair out. Also the temperature of curler can heat the hair of eyelash too.

5 อุปนิสัยที่จะทำให้คุณสูญเสีย ขนตา ให้มันหลุดร่วงไป

สมัยเด็กๆ จะเป็นประจำที่เวลาขนตาร่วง ผู้ใหญ่จะบอกให้เรากลั้นหายใจแล้วอธิษฐานสิจ๊ะ แล้วโยนข้างไหล่ไปด้านหลังของเรา แล้วเราก็สมปราถนาทุกอย่างที่เราอธิษฐานไว้

แต่พอโตเป็นสาวมา เราก็รู้ว่า การสูญเสียขนตาไป .. หัวใจแทบสลาย กว่ามันจะขึ้นมาใหม่ ยิ่งพวกขนตาสั้นและไม่ดก ยิ่งใจเสียเข้าไปใหญ่

วันนี้แอดมินหลี จะมาแนะนำ … 5 อุปนิสัยที่ไม่ควรทำ ถ้าไม่อยากสูญเสียขนตาไป

1 เวลาล้างเครื่องสำอางออกจากหน้า ให้ค่อยๆเช็ดเบ้าตาอย่างทนุถนอม ยิ่งเราใส่มาสคาร่าให้กับขนตา การเช็คดก็ยิ่งยาก ซึ่งยิ่งต้องใจเย็นเข้าไปใหญ่

2 อย่านอนหลับไปทั้งๆที่ ยังมีมาสคาร่าอยู่ที่ขนตาของคุณ มาสคาร่าเหนียวๆอาจไปสัมผัสกับหมอนแล้วดึงขนตาคุณหลุดมาได้

3 การดึงขนตาปลอมที่ใส่ไว้แบบผิดๆ ถ้าดึงมาด้วยกัน กาวที่ติดกับขนตาจริง มันอาจจะตามมาด้วยกันก็ได้ .. อัยยะ โปรดระวังให้มากเลยนะคะ จงหา oil อะไรพิเศษที่มันช่วยดึงขนตาปลอมที่ติดกาวเหนียวๆให้ออกจากขนตาจริงของคุณ

4 อุปนิสัยที่ใช้ มาสคาร่าแบบกันน้ำตลอดเวลา ก็ทำให้คุณสูญเสียขนตาได้ เพราะมันจะไปเคลือบขนตาขนมันแข็งและหักได้ค่ะ

5 การใช้เครื่องดัดขนตาแบบมีความร้อน … มันอาจจะร้อนเกินไป แล้วทำให้ขาดได้ ถ้าคุมอุณหภูมิไม่ดี หรือ ไปดัดขนตาตอนที่เราใส่มาสคาร่าไปแล้ว ก็ทำให้ขนตาของเราร่วงหลุดได้ค่ะ

ขนตาไม่ได้ขึ้นกันมาง่ายๆ ไม่มีขนตาก็เหมือนไก่ไม่มีขน เราทุกคนควรจะระมัดระวังให้มากนะคะ …. ถนอมไว้ให้นานที่สุดค่ะ

ด้วยรัก

แอดมินหลี

5 habits to avoid not to lose your eyelash

1 Remove your makeup gently, especially your eye makeup because mascara is so stingy, it can get rid of your eyelash.

2 Don’t sleep while wearing mascara, your mascara can touch and stick with your pillow and pull your eyelash out.

3 The remove of fake eyelash or eye extension can harm the natural eyelash. Be careful of the removal. Using oil to clean your glue of the eye extension.

4 Using waterproof mascara can make you lose your eyelash because it dry out our natural eyelash.

5 The eye lash curler can harm your natural eyelash because it can pull the hair out. Also the temperature of curler can heat the hair of eyelash too.

เทียบครีมรองพื้น 3 ตัวของ Dior ที่ตั้งใจจะไปซื้อค่ะ

เทียบครีมรองพื้น 3 ตัวของ Dior ที่ตั้งใจจะไปซื้อค่ะ 


หลีก็เดินเล่นที่  Zen .. นึกในใจว่าตัวเองอยากได้อะไร ก็นึกได้ว่า อือม อยากได้ BBของดิออร์ที่ขึ้นชื่อว่าดีนัก ดีหนา … ใครๆก็ชม รีวิวก็แสนจะดี … หลีก็ไปเลยค่ะ …เดินตรงไปที่เค้าน์เตอร์ Dior ที่นี่เลยค่ะ

ไปถึง ยืนหน้าบางอยู่ที่เค้าน์เตอร์สักไม่ถึงนาที พนักงานขายก็เดินเข้ามาเลย ว่า อยากได้อะไรไหม อยากได้อะไรเป็นพิเศษไหม

หลีก็เอ่ออ่า ว่า มาดู BB …เขาก็เรียกเข้าไปที่ด้านใน … พอเข้าเขาก็หยิบ BB มาให้ลอง แล้วก็บอกราคา พันแปดเศษๆ ว่าแต่…

BB คืออะไร BBนี่พัฒนามาจากการเป็นครีมกันแดดแบบมีสีที่จะกลายเป็นรองพื้นแบบบางๆได้ แค่พอปกปิดริ้วรอยกระ รอยแดง และจุดด่างดำบ้าง

หลีก็เอามาลองกับผิวที่หลังมือของตัวเอง สีที่เขาให้ลองก็คือ #002 Fair  ก็ได้ดังนี้..



สังเกตุไหมคะ ว่า มันลงไปที่ร่องผิวอันหยาบกร้านของผิวสาวเริ่มแก่มากอย่างหลี หลีก็รู้สึกว่า อือม มันไม่มิดหง่ะ …มันไม่พอ …เราอยากได้ครีมรองพื้นที่ปิดกว่านี้อีกหน่อยนึง …

หลีก็บ่นไปตามราคา (พันแปด) น้องเขาก็บอกว่า ถ้าปกปิดไม่ได้ดั่งใจหลี หลีก็น่าจะลองอะไรที่มันให้มันมิดกว่านี้

หลีก็บอกว่า รองพื้นของ NUDE ไง …รุ่น NUDE ชีก็บอกว่า รุ่น NUDE ปกปิดสู้ BBตัวนี้ยังไม่ได้เล้ยยย เราก็จ๋อยไป แล้วก็บ่นต่อ ตามราคาพันแปด .. ชีก็เลยแนะนำว่า พี่ลองนี่สิ แล้วก็ไปหยิบ รองพื้น DiorSnow มาให้ เราลองปุ๊ป เราก็บอกว่า เฮ้ย ดีดี …พอดี ได้ใจเลย  ก็สองพันสี่ .. แหมะๆ  สมราคา … งง ตัวเองเหมือนกัน ทีงี้ ดันสมราคา แต่มันมีความรู้สึกถึงความคุ้มกว่า ..น้องเขาบอกว่า snow มันให้ความสว่างกับใบหน้ามากขึ้นด้วย .. เราก็จะดูผ่องพรรณขึ้น ผิวหน้าดูสว่างเลย .. แล้วเราก็เอามาลองกับหลังมือเรา ได้ผลประมาณรูปด้านล่างนี้ค่ะ

หลีก็เลยท้วงเขาไปว่า  พี่ขาวอยู่แล้ว พี่จะไปเอาสว่างทำไมคะ ..พี่ใช้พวก shading หรือ hilight พวกนี้ได้ แล้วเราก็บอกว่า พี่ใช้ดิออร์อยู่หลายตัว แต่ส่วนใหญ่เป็น capture totale …น้องเขาก็กรีดร้องเบาๆว่า พี่คะ เรามีรองพื้นของ Capture Totale ค่ะ มันช่วยเรื่องริ้วรอย

หลีก็บอกว่า … จะบ้าตาย กับพวกป้องกันริ้วรอย ยังต้องลงมาทำถึงส่วนของ makeup เลยหรอ แค่ Skin Care มันไม่พอหรือไงนะ จะล้างผลาญกันให้หมดตัวเลยหรือไง …. เราก็ขำขำใส่น้องเขาไปค่ะ … น้องเขาก็อารมณ์ดี ..หัวเราะแล้วก็ไปหยิบมาให้ลอง

ก็ได้ผลดั่งข้างล่างนี้ …

img_6251-6


ปรากฏว่า …เฮ้ย เนียนสุด ไม่ลงร่องริ้วที่หนังผิวที่มือด้วยค่ะ  แบบว่ากลบกันไปเลย เล่นเอามือเนียนไปเลยค่ะ ลูบแล้ว ใช่เลยนี่แหละสัมผัสที่ต้องการ วันรุ่งขึ้น หลีก็จัดกับใบหน้าตัวเองเลยค่ะ ก็ได้ความว่า เกลี่ยง่ายค่ะ ผ่องด้วยค่ะ แต่หลีว่า มันคงไม่ได้ถึงขั้นที่ว่า …จะลดริ้วรอยอะไรมากมายเด่นชัด แต่เอาเป็นว่าให้ความรู้สึกว่ามีคอลลาเจนมาแทรกซึมริ้วรอยที่เรามีอยู่บนหน้า  แต่เอาเป็นว่า

ทั้งวัน หน้าไม่มัน

ทั้งวัน หน้ามีความชุ่มชื้นตลอด ไม่ได้ให้ความแห้งกร้าน

ทั้งวัน หน้าไม่ดูหนักเหมือนใส่ลูกตุ้มน้ำหนักลงไปที่หน้า หน้าเบาดีมาก ครีมไม่หนักหน้าเลยค่ะ

ทั้งวัน หน้าไม่มีรอยแตกของตัวรองพื้น

ทั้งวัน หน้าไม่ดำ แต่กลับผ่องใส่แต่เช้าแปดโมงถึงทุ่มกว่าเลย

ทั้งวัน ผดไม่ขึ้น ไม่มีแพ้

กลิ่นไม่แรก ไม่ฉุดแต่อย่างไร

จริงๆ Dior ยังมีรุ่นปกปิดหนักกว่านี้อีก เช่น Forever อะไรพวกนี้ แต่หลีพอละค่ะ .. โอเคกับ  Capture Totale กับราคา 2800 บาท ไหงได้แพงขึ้นกว่าเดิมฟะ ????? งง ตัวเอง แต่อยู่ระหว่างทดลองค่ะ อย่างไรก็แล้วแต่ ไว้มารีวิวอย่างละเอียดอีกทีนะคะ  ขอบคุณทีอ่านค่ะ