Category Archives: Hair and Body

รีวิว – Malissa Kiss -มาริสาคิสไวท์เทนนิ่งเพอร์ฟูมบอดี้โลชั่น

รีวิว – Malissa Kiss -มาริสาคิสไวท์เทนนิ่งเพอร์ฟูมบอดี้โลชั่น

34481343_567135080337903_1226893932504285184_n.jpg

 

จุดเด่น .. ซับซับเร็ว เนื้อครีมดีงาม กลิ่นไม่ฉุนกึ่ก

รายละเอียด 

หลีได้บอดี้โลชั่น สามตัวนี้มาจาก ทีม Malissa Kiss ค่ะ เนื่องด้วยทีม Malissa Kiss ได้บริจาคโลชั่นกว่า 3000 หลอดใหญ่ให้กับทาง เพจ #SiswalkSistalk เพื่อนำไปมอบให้กับทัณฑสถานหญิงกลาง กทม … หลีก็จะดำเนินการให้พร้อมกับโปรเจกส่งความสวยให้กับสาวหลังกำแพงค่ะ (แต่ทางเพจไม่ได้รับโลชั่นด้วยนะคะ)

ทีนี้ ทางทีม Malissa Kiss ก็เลยส่งของขวัญมาให้ด้วยค่ะ หลีก็เอามาลองดู เป็นบอดี้โลชั่นแบบไวท์เทนนิ่งแล้วยังมีกลิ่นหอมมากด้วย เป็นรุ่นใหม่ที่เพิ่งออกมาไม่นานเลย …

ปกติหลีเป็นคนที่ต้องบำรุงผิวกายทั้งตัวด้วยอยู่แล้ว เพราะอยู่ในห้่องแอร์ทั้งวันและทั้งคืน เลยเป็นคนผิวแห้ง แตกเป็นรอยง่ายมาก … แล้วทีนี้ก่อนหน้านี้ หลีเป็นภูมิแพ้ หมอให้หยุดการบำรุงผิวด้วยสารเคมีทั้งหมด ให้เหลือแค่ น้ำมันมะพร้าว(ที่ไว้ทำอาหารได้นะค่ะ) หลีก็ปฏิบัติตามมาตลอด จนกระทั่ง … เจ้าสิ่งนี้ ทั้ง 3 หลอด #ยั่วยวนมากเลย ขอบอก

ความสามารถในการซึมลงสู่ผิวกาย … ยืนยันว่า ซึมลงไปที่ผิวเร็วได้ระดับไม่ต้องรอ จากสองรูปสุดท้าย หลีลองใช้ครีมที่เยอะมากๆหน่อย เพื่อเทสการซึมซับ ปรากฏว่า หายไปเร็วค่ะ มันมีได้สองกรณีคือ ตัวเนื้อครีมดีงาม กับสอง ผิวเราแห้งมากมายต้องการน้ำด่วน ซึ่งกรณีที่สองมันไม่ใช่ … เอาเป็นว่า ได้ใจเลยค่ะ

ตัวความอ่อนโยนของเนื้อครีม เอาเป็นว่า ไม่ใช่ครีมหนักแน่น แต่ก็ไม่ใช่ตัวครีมเบาหวิวจนเราจะเคว้งคว้าง เนื้อครีมกำลังดี ไม่ได้อ่อนโยนสุดๆ แต่ก็ไม่ได้หนักจนผิวเราแบกตุ้มถ่วงน้ำหนักไว้ค่ะ

กลิ่นดีงามมาก ทั้งสามกลิ่น เทียบกับรุ่นก่อนหน้าที่หลีก็เคยได้ดม .. หลีชอบกลิ่นสามกลิ่นนี้มากค่ะ โดยเฉพาะ Adore You โอ้ย ใช้แล้วอยากให้มีผู้ชายมาดมตัวจัง (ทะลึ่งไปไหม .. แต่บอกเลยว่า คุณต้องชอบมันค่ะ) อีกสองกลิ่นก็จะเป็นผู้หญิงกว่าหน่อยนะคะ … หลีก็ชอบเหมือนกันค่ะ

สุดท้าย คุณสมบัติ เนื่องด้วย ผิวหลีไม่ได้แห้งจนแตกระแหง เลยไม่สามารถบอกได้ว่า มันสมานผิวฝห้กลับมานุ่มนวลได้ดีแค่ไหน แต่ในระดับที่ใช้อยู่ตอนนี้ เรียกได้ว่า ผิวสวยดีค่ะ ความไวท์เทนนิ่งยังไม่ปรากฏชัดเนื่องจากเป็นคนขาวมาก… แต่โดยส่วนตัวชอบมาก หมดสามหลอดนี้ คงจะไปซื้อเองมาใช้ เห็นเขาว่า มันวางขายที่ Watson หาไม่ยาก

ใครพอจะดูราคาให้ได้ไหมคะ ว่าตอนนี้ราคาอยู่เท่าไรแล้ว แต่หลีเห็นที่ วัตสันก่อนหน้า มันอยู่ที่สองร้อยกว่าบาท โอ้ยยยยยยยยยยย บอกเลย ตัวโลชั่นนี่ระดับที่หลีใช้ Victoria Secret ที่เกือบห้าร้อย ก็คุณภาพใกล้เคียง ใช้อันนี้ก็ได้ แหะๆๆๆ …

ลองดูนะคะ แล้วมาบอกผลด้วยว่า ใช้เหมือนหลีไหม

ปล … ผิวหลีแพ้ง่ายมากค่ะ โดยเฉพาะช่วงนี้ เป็นภูมิแพ้เพิ่งหาย แต่ตัวนี้ใช้แล้วไม่แพ้ ..
สองผิวละเอียดมาก สาม .. เป็นคนเจอกลิ่นหอมฉุนก็จะจามแรง แต่อันนี้ไม่จาม … ผ่านสบายค่ะ

ขอบคุณค่ะ และขอบคุณทีม #Malissakiss ด้วยนะคะ

 

34725765_567134987004579_1436053660088926208_n

สารผสมที่น่าสนใจ

Water(Aqua Eau) Mineral oil ,Glycerin,Cetearyl Alcohol,Dimenthicone,Polysorbate 60,Propylene Glycol,MacadamiaTernifolia Seed oil, Fragrance (Parfum),Oxidized Glutathione, Aloe Barbadensis Leaf Extract, Tocopheryl Acetate, Carbomer , Caprylyl 2-Glyceryl Ascorbate , Phenoxyethanol, Ethylhexylglycerin , Retinyl Palmitate , Methylisothiazolinone, Disdium EDTA, Limonene , Citral, Linalool

Advertisements

Fino Premium Touch Hair Mask : Shisedo (English/Thai)

Fino Premium Touch Hair Mask : Shisedo 

img56e4c35489223_l

จุดเด่น / Outstanding Point

ให้ความนุ่มลื่น บำรุงเส้นผม เหมาะมากสำหรับผมที่โดนดัดแปลงไม่ว่าทำสีหรือดัด เพราะเจาะจงให้กับคนผมเสียโดยเฉพาะ

Hair Slipping, Deeply Moisture and Stronger. It is suitable for damaged hair after perming or coloring.

รายละเอียด / Details 

หลียังจำครั้งแรกที่เห็นไอ้กล่องๆนี้ได้เลยที่โตเกียว วันนั้นหลีเห็นผู้หญิงสวยๆคนหนึ่งเดินเข้าไปในร้านขายยาของญี่ปุ่น แล้วหยิบไอ้ตัวนี้สองกระป๋อง เราก็ เฮ้ย ..มันหยิบอะไรวะ ..อยากรู้หง่ะ เดินไปดู ก็ไม่หยิบ ก็ไม่เข้าใจ เราก็อะนะ ทำโพยมา ไอ้โพยนี่ไม่ได้แนะนำให้ซื้อตัวนี้ กระเป๋าก็แพ๊คเตรียมกลับแล้ว ก็เลยไม่ได้ซื้อกัน ..จบข่าว งง ตัวเองว่าทำไมโง่ไม่ซื้อน้าาา

หลังจากนั้นหลีแวะอีกทีหนึ่ง ไปโตเกียวเนี่ยแหละ ก็หยิบเลยค่ะ ไม่ให้พลาดกันอีกครั้ง แต่ก็โง่อีกที่หยิบแค่หนึ่ง เพื่อนๆก็หยิบกันคนละหนึ่ง แล้วก็ซื้อมาก็ไม่ลองที่โน่น กลับเอามาลองที่เมืองไทย แหม ถ้าลองที่โน่น ก็จะซื้อมากกว่าหนึ่งจากที่โน่นเลย เพราะมันไม่มาเมืองไทยค่ะ แต่ยังดีค่ะ หลังจากนั้นเพื่อนซื้อมาฝาก เลยได้มีสต๊อคเก็บไว้

หลังจากที่ได้ลองครั้งแรก หลีชอบมันมากเลย หลีไม่รู้หรอกนะว่ามันเป็นมาส์กผมที่ใช้แทนคอนดิชั่นเนอร์ได้เลย โดยที่เราไม่ต้องใช้คอนดิชั่นเนอร์เลยด้วยซ้ำ แล้วไม่ต้องมาส์กทิ้งไว้สามนาที ห้านาทีเหมือนแบรนด์อื่น คือ ลงมาส์กเสร็จ ก็ล้างออกระหว่างอาบน้ำได้เลยค่ะ สบายมาก หลังจากการใช้ บอกได้เลยว่า ผมนุ่มลื่นสลวยมาก ชอบที่สุด ชอบจนต้องใช้อย่างทะนุถนอมเพราะมีน้อย กลิ่นของครีมก็เป็นกลิ่นอ่อนๆค่ะ ไม่แรงไม่ฉุน กำลังดีเลย ตัวเนื้อครีมออกไปทางเจลแข็งๆนิดนึงนะคะ อาจจะต้องขยี่เล็กๆ ไม่มากอะไร

หลังจากที่ใช้ไปได้สักเดือน ซึ่งหลีจะใช้ประมาณ อาทิตย์ละสองครั้ง แล้วเอาไปใช้ตอนไปโรงยิม บางทีหลีจะมาส์กแล้วเข้าห้องซาวน่าด้วยค่ะ หลีรู้สึกเลยว่า ผมหลีดูแข็งแรงขึ้น ผมหลีนี่ทั้งดัด ทั้งทำสีผมนะคะ ดัดแบบดิจิตอลซึ่งต้องการการดูแลบำรุงหนักกว่าดัดผมแบบเก่าด้วยนะคะ ซึ่งผมดัดของหลีนี่รอยดัดก็ดูจะยืดช้าลง แล้วสีผมก็แน่วแน่มาก ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงอะไร เรียกว่า ไอ้ตัวนี้มีส่วนช่วยให้ผมหลียอดเยี่ยมกระเทียมดองเลยละค่ะ

อันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่หลีแนะนำจริงๆค่ะ ให้ซื้อไว้เลยเวลาไปญี่ปุ่น หยิบสักกระปุกสองกระปุกก็ยังดี แต่บอกเลย ไม่พอค่ะ ก็อะนะ ใช้อย่างประหยัดกันไปค่ะ

เอาไป 9 เต็ม 10 เลยค่ะ

I remembered once I was in Tokyo, I saw a beautiful lady walking into the big drug store in front of  me, she picked up 2 Fino Premium Touch Hair Mask : Shisedo in her hand. I was quite interested in what she took. At that time, i just wondered what this product was, however, i didn’t take it home. I felt sorry for what the stupid I was.

Then, I had a chance to visit Tokyo again, i would not waste my time again. I take one, so do my friends. What the stupid thought at that time again was I didn’t test how good this Fino Premium Touch Hair Mask in Tokyo was since I could take more than one box to use it

So I tested this Mask in Bangkok. When I knew how utilization to my hair was , i had it only one box. I needed it more. A year after, my best friend bought it to me one more. And I had one more chance to visit Fukuoka, I bought 2 more. Ha Ha Ha

The first time I applied this mask, I didn’t know it didn’t need to take time to leave such creamy cream to my hair. It can use as a conditioner without using conditioner at all. The smell of this mask is so good, not too strong, lightly good smell. the cream is a bit liked gel. After rinsing the hair, my hair feel deeply moistured, I feel good with my hair after using this Fino Mask.

After using it for a month, I applied in twice a week, sometimes I applied it in the sauna room in my Fitness Gym,  I felt that my hair looked strength. The curl from perming is still curling. Since my perming was a digital perming which is needed significant taking care of. The color of my hair is not easily fading. ( I did both perming and coloring my hair)

Therefore, I really recommend this product to you. If you have a chance to visit Japan, I recommend you to buy it 2 boxes, if it is enough to you.

The score I give to this Mask is 9 from 10.

วิธีใช้  / How to use

Use after shampooing. Apply a few amount into your wet hair during bathing. Then, rinse well. No need to take time to wait for it leave into your hair. just apply and rinse.

ใช้หลังจากสระผมค่ะ ลงครีมมาส์กไม่ต้องเยอะค่ะ แล้วก็ล้างออก โดยไม่ต้องรอให้เสียเวลาเลย ใช้ระหว่างอาบน้ำได้เลยค่ะ สบายๆ

สารผสมที่โดดเด่น / Ingredients

screen-shot-2560-02-12-at-10-37-08-pm

the price of this mask is below 1000 Yen ราคาที่โน่นจะต่ำพันเยนนะคะ แต่ไม่แน่ใจว่าขึ้นราคาหรือยัง

รวบรวมผลิตภัณฑ์ความงามยอดฮิตจาก Cosme ญี่ปุ่น ปี 2016 ที่น่าไป “ขน” เอ้ย “เหมา” ค่ะ

เวป cosme ของญี่ปุ่น ได้สรุปผลิตภัณฑ์ที่ขายดีของเวปประจำปี 2016 มาแล้วนะคะ ซึ่งทางเวปจะประกาศทุกปีในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการโหวตและรีวิวสูงสุดรวมทั้งการได้รางวัลต่างๆที่มากกว่า 60 รางวัลหรือที่ติด Hall of Fame หลีเองก็จะมาบอกให้แต่ละกลุ่มสาย แต่หลีคงบอกไม่หมดทุกกลุ่ม เอาแต่กลุ่มหลักๆ ที่เรามักจะซื้อหา หรือ เรียกเบาๆ ว่า “ขน” หรือ “เหมา” เมื่อเราไปญี่ปุ่นกันนะคะ …เวลามันอยู่ที่ญี่ปุ่น อะไรอะไร ก็ถูกไปหมด “เหมา” สิคะ พี่น้อง  แต่เนื่องจากไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น เลยแปลไม่ออก จึงแนะนำให้พี่ๆน้องๆ เอารูปไปให้พนักงานดูเลยนะคะ ว่า มันอยู่ไหน ให้เขาหยิบให้ ..เราทำประจำ ฮ่าๆๆๆๆๆ

เริ่มจากกลุ่มแรกก่อนเลยนะคะ

Best Cleansing  ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางที่เปลือกตา ตัวแรกที่ได้รับการโหวคเลยค่ะ Attenir

รีวิวที่ได้รับมาคือ เป็น ตัวล้างเครื่องสำอางที่ทำให้ผิวดูสว่างขึ้นไม่หมอง แล้วกลิ่นหอมดี ได้รับการโหวตรีวิวที่สูงมาก แล้วมีการซื้อสูง กลิ่นจะไปทางกลิ่นcitrus ค่ะ ที่จะให้ความรู้สึกของการปกป้องผิว ยิ่งใช้ยิ่งทำให้ใบหน้าสว่างขึ้น  ราคา 1700 เยนค่ะ 175 ml

ตัวที่สองที่ได้รับการโหวต คือ Bifesta ตัวนี้หลีรีวิวไว้แล้วค่ะทีนี่เลย

https://siswalksistalk.wordpress.com/2017/02/06/eye-makeup-remover-bifesta-ยอดฮิตอันดับสองของญ/  ราคาอยู่ที่ 850 เยน 145 ml

ตัวที่สามที่ได้รับการโหวต คือ Shu Uemura : Utime8 ราคา 4200 เยน 150ml

Facial Wash  ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าค่ะ ตัวแรกที่ได้รับโหวต เป็นตัวหนังสือญี่ปุ่นล้วนๆ คือ カウブランド 無添加うるおい洗顔  หรือ Cow brand non-additive face care series Cow brand additive-free moisturizing facial cleansing ตัวนี้ เขาบอกว่า คนมีสิวน่าใช้คะ มีคนลองแล้วสิวลดลงแล้วเล็กลงด้วย มันจะทำให้หน้าสะอาดแล้วให้ความชุ่มชื้นที่ไม่เกินไป เหมาะกับคนหน้า sensitive มากๆ ที่สำคัญเป็นตัวที่ราคาไม่แพงมาก แล้วไม่แรงค่ะ ให้ความอ่อนโยนอยู่ ราคาจิ๋วๆมากเลย 550 เยน 110 กรัมค่ะ

ตัวที่สอง คือ  d Program conditioning wash ราคาอยู่ที่ 2500 เยน ที่ 150 g ค่ะ ส่วนตัวที่สามที่ได้รับการโหวตคือ Bifesta Bubble Wash Facial Bright Up    ตัวนี้ 650 เยน ที่ 180 g ค่ะ

Essence ให้อาหารกับผิวค่ะ ตัวยอดฮิต กี่ปีกี่ปีก็ยังยอดฮิต ด้วยสารอาหารจากข้าวที่เรียกว่า Pitara และอาหารเสริมให้กับเซลผิวมากมาย ทำให้ตัวนี้ก็ยังเป็นตัวที่เด่นที่สุดและยอดฮิตสำหรับทุกคนมามากกว่าสิบปีแล้วนะคะ ราคาดังนี้เลยค่ะ 75ml・8,500円 / 160ml・17,000円 / 230ml・22,000円

ตัวที่ได้ที่สองคือ 無印良品 化粧水・敏感肌用・高保湿タイプ เรียกว่า Mujirushi Ryohin เป็นโลชั่นมอยส์เจอร์สำหรับผิวที่ sensitive  นะคะ ราคาอยู่ที่ 200ml・666円 / 400ml・1,142円

ตัวที่สามคือ  Decorte Liposome Treatment Liquid  ราคา 100ml・6,000円 / 170ml・10,000円

Milky Lotion

ตัวที่ได้รับการโหวตเป็นอันดับหนึ่งของปี 2016 คือ ミノン アミノモイスト モイストチャージ ミルク หรือเรียกว่า Minon Amino Moist Mist Charge Milk  ข้อดีของ milk lotionคือ มันไม่หนักเท่าครีม แล้วมันก็ไม่เบาไปแบบเจล ความหนักของครีมที่เต็มแน่นทำให้สิวเกิดได้ ยิ่งสิวอุดตันยิ่งน่าห่วง ในขณะเดียวกัน ความเบาไปของเจลก็ทำให้หน้าแห้ง น่าเสียดาย lotion มักไม่ค่อยฮิตในไทย ทั้งๆที่สาวไทยส่วนใหญ่หน้ามีน้ำมันมาก แล้วก็ผิวผสมมากแต่ก็ไปเลือกซื้อครีมจนมีปัญหา หลีแนะนำเลยค่ะ ถ้าหน้ามัน ลองลดมอยส์เจอร์ของตัวเองจากครีมมาเป็นโลชั่น แล้วตัวนี้ ก็เป็นตัวแนะนำของญี่ปุ่นประจำปี 2016 ด้วย

อีกตัวที่ได้ที่สองคือ EXAGE White Pure White Milk II ราคา 110g・3,000円 / 200g・5,000円

ตัวที่ได้ที่สามคือ แบรนด์เดียวกับตัวบนแต่เป็น EXAGE Avtivation Moisture Milk III ราคา 110g・3,000円 / 200g・5,000円

Moisture Cream ตัวที่ได้รับการโหวตสูงสุดคือ Nivea Soft ค่ะ ซึ่งตัวนี้ หลีก็ขำอยู่เพราะหลีใช้อยู่แล้วมาพักใหญ่ ได้มาจากสวิตเซอร์แลนด์ค่ะ เป็นตัวยอดฮิตของเขาเหมือนกัน .. ก็แปลว่า มันคงดีจริง แล้วหลีใช้เอง หลีบอกได้เลยว่า ความที่ซื้อที่สวิตฯ มันเป็นกระปุกใหญ่ หลีก็ดันเอามาทาตัวไม่ได้ทาหน้า ทั้งๆที่มันทาหน้าได้ แต่ก็ไม่ทา ก็มันใหญ่แล้วมันก็ถูกมาก มันใช้ได้ทั้งหน้าและตัว ตัวนี้แนะนำค่ะ แต่มัน rich มากนะคะ ต้องระวังหน่อยสำหรับคนหน้ามัน

อีกตัวที่ได้อันดับสองคือ Elixir Enriched Cream by Shisedo ค่ะ 45g・8,000円

แต่อีกตัวที่ได้ที่สามนี่เป็นเนื้อเจล หลีใช้อยู่อาทิตย์ละสามวันเลยคือ Elixir Superiele Sleeping Gel Pack W ตัวนี้ดังตั้งแต่ปีก่อนแล้วค่ะ ออกมาตอน กรกฏาคม แล้วหลีก็ไปจัดเลย ราคา 105g・2,800円 ตัวนี้หลีรีวิวแล้วนะคะ อยู่ที่นี่เลยค่ะ

https://siswalksistalk.wordpress.com/2017/02/02/elixir-superieur-sleeping-gel-pack-w-shisedo/

ครีมกันแดดค่ะ

ครีมกันแดดนี่เป็นอะไรที่หลีกราบทุกคนนะคะ อย่าได้ขาด อย่าได้ไม่ทา ..อยู่ในบ้านทุกวันก็ต้องทานะคะ เพราะไอ้แดดเนี่ยแหละที่เป็นตัวทำเราแก่ แก่ แก่ ริ้วรอย ริ้วรอย และ ริ้วรอย … เคยเห็นคนแก่หรือชาวนาตามต่างจังหวัดไหมคะ บางคนหลีจะบอกว่า อายุเท่าเรา เท่าหลีเลย แต่หน้าไปก่อนแล้ว กว่าหลีจะมีโอกาสได้แนะนำเขา มันก็ยากเกินแกง หลีเคยบอกนักการเมืองแล้ว อยากซื้อเสียง ให้แจกครีมกันแดดให้สาวชาวไร่ชาวนาซะ ฮ่าๆๆ (อันนี้มุกค่ะ แต่เรื่องแดดกับริ้วรอยความแก่นี่เรื่องจริงนะคะ)

ตัวแรกที่ได้รับการโหวตมาเลยคือ Biore’ UV AQUA Rich Watery Essence SPF 50+ ตัวนี้มีคนรีวิวคนนึงบอกว่า ไปอาบแดดที่ฮาวาย (แหมม หมั่นไส้นะคะ ต้องอาบแดดที่ฮาวายด้วยนะ แต่แดดมันแรงจริงๆค่ะ) เขาบอกว่าทาตัวนี้ทุกๆ สามชั่วโมง ผิวไม่มีไหม้เลยค่ะ … อือม .ปกติ เขาให้อยู่ไม่เกินชั่วโมงนะคะ เวลาอาบแดด แฮ่..

ตัวที่สอง นี่เป็นตัวที่คนไทยฮิตอยู่แล้ว ไปญี่ปุ่นก็ไปเหมาเขามาซะหมด .. หลีเองยังหาซื้อไม่ได้เลย เขาบอกว่า ไทยจีนมาเหมาหมด โอ้ย …ดีนะ มัตสึคิโยะ มีแล้ว ไม่ง้อญี่ปุ่น คือตัวนี้เลยค่ะ ANESSA Perfect UV Sunscreen Aqua Booster SPF 50+ เช่นกัน ราคา 60ml・3,000円 / 25ml・1,500円

ตัวสุดท้ายคือ  Cosme Decorte : Sun Shelter AG SPF 50+ เช่นกันค่ะ ราคาอยู่ที่ 35g・3,000円

EYE Cream ค่ะ หรือ EYE Serum

B.A. eye cream ตัวแรกที่ได้รับการเลือกเยอะที่สุดค่ะ เป็นตัวทีลดรอยดำใต้ตาแล้วเพิ่มความสว่างให้ด้วยค่ะ และจะลดริ้วรอยทั้งเปลือกตาและใต้ตาด้วยค่ะ … ราคาพอไปกันได้ 18g・20,000円 ค่ะ สองหมื่นเยน อ่านไม่ผิด แหะๆ

ตัวถัดมาคือ  Attenir Eye Extra Serum ค่ะ ได้รับเลือกเป็นอันดับสองราคาอยู่ที่ 15g・3,048円 แล้วตัวสุดท้ายคือ Astalift Eye Cream ค่ะ ราคาอยู่ที่ 15g・6,600円

กลุ่มแผ่นมาส์กหน้า Mask Sheet

ตัวแรกที่ได้รับการโหวตสูงสุดคือ ミノン アミノモイスト ぷるぷるしっとり肌マスク หรือ Minon

Amino Moist Purupuru moist skin mask เป็นแผ่นมาส์กที่ขนนุ่มฟู แล้วใส่เจลครีมไว้ชุ่มฉ่ำแต่ไม่เลอะออกมานอกแผ่น เขาให้ใช้ประมาณสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งค่ะ แล้วหน้าคุณจะไม่แห้งเลย ราคาอยู่ที่

ตัวที่สองคือ sabolino Different Sheet ตัวนี้มีสองราคา แบบ 32 ชีท 1300 เยน กับแบบ 5 ชีท ราคา 390เยน ตัวสุดท้ายคือ SK II มาส์กชีท ที่ 1แผ่นราคา 1700 แล้วมีแบบ 6 แผ่น ราคา 10000 บาทค่ะ

ผลิตภัณฑ์บำรุงขนตา Best Eyelash Serum

ตัวแรกที่ได้รับการโหวตเป็นของ Shisedo Professional Adennovital Eyelush Serum ราคาอยู่ที่ 2300 เยน ตัวที่สองคือ AQMW Eyelush revolution Cosme Decorte ในราคา 8000 เยน (แพงเหมือนกันเนอะ) ตัวสุดท้าย คือ DHC Extra Beauty Eyelash Tonic ในราคา 1715 เยนค่ะ

กลุ่มนี้คือ Best Skin Care Powder เป็นแป้งบำรุงนะคะ ตัวทีได้รับโหวตยอดฮิตคือ Maquillage Snow Beauty III ตัว Maquillage นี่ดังเรื่องแป้งนะคะ หลีเคยคุยกับ BA ชาวญี่ปุ่น ชีบอกเลยว่า Maquillage นี่ใช้ได้เกือบทุกตัวเลย แล้วตัวนี้ก็ได้รับโหวตด้วย มีอีกค่ะ แต่สำหรับตัวนี้จะเป็น Transparency นะคะ กลิ่นอาจจะแรงนิดหน่อยแต่ก็โอเคอยู่ไม่สาหัสมากถ้าเป็นคนชอบกลิ่นน้ำหอมอยู่บ้าง ราคาอยู่ที่ 6500 เยน แบรนด์นี้มีได้รางวัลอีกหลายตัวเลยในกลุ่มอื่น

ส่วนในกลุ่มนี้ที่ได้รับโหวตอันดับสอง คือ Pegion ค่ะราคาเบบี๊สมกับแบรนด์มาก 430 เยน  ส่วนตัวสุดท้ายคือ Shiseido White Lucent Brightening Skin Care Powder N ราคาอยู่ที่ 4800 เยน

แป้งผสมรองพื้น

ตัวที่ได้รับโหวตสูงสุดคือ Maquillage Dramatic Powdery UV แป้งแข็งที่พัฒนามาเรื่อยๆ หลีมีใช้อยู่ค่ะ แต่เป็นตัวรุ่นก่อนหน้า ซึ่งมันก็เก่าไปแล้ว ตัวโน้นดีมากค่ะ ปกปิดมิดไม่ทำให้หน้ามัน ออก Matt เลย ตัวนี้ราคาอยู่ที่ 4000 เยนค่ะ มีให้เลือก เจ็ดสี

ตัวที่สอง เป็น Lunasol Skin Modeling Powder Foundation ตัวนี้ราคาจะอยู่ที่ 5500 เยน

ตัวที่สามคือ Esplique Covering Skin Feeling Persistent Pact UV ในราคา 3800 เยน

Best Liquid Foundation รองพื้นแบบน้ำค่ะ

ตัวแรกนี่คือ  ADDICTION Skin Care Foundation ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเบา และ ความเป็นธรรมชาติเมื่อลงไปที่ผิวหน้า (แต่ช่วยเลือกเบอร์ให้ตรงกับหน้านะคะ บางทีเห็นเลือกสีผิด หลีก็มองบนด้วยความระอาเหมือนกันค่ะ) ราคาอยู่ที่ 30ml・4,500円

ตัวที่สอง Nars Velvet Matte Skin Tint SPF 30/PA ++++  ราคา 50ml・5,400円

ตัวที่สาม IPSA Liquid Foundation สมัยก่อนหลีเป็นแฟน IPSA เลยค่ะ แต่ก็อะนะ ไม่ใช่แฟนเหนียวแน่นพอที่จะให้เขาอยู่ต่อได้ วันนึงเขาก็หายไปจากตลาดทั้งๆที่เป็นแบรนด์ที่ดีแบรนด์นึงเลยทีเดียวค่ะ ตัวนี้ราคาอยู่ที่ 25ml・4,000円

Best Cushion Foundation

ตัวแรกที่ได้รับโหวตคือ Lancome Blanc Expert Cushing Compact 50 ขึ้นชื่อเรื่องความปกปิดที่มิดชิดทั้งๆที่เบาๆไม่หนักหน้า ซ่อนจุดด่างดำและริ้วรอยหมองคล้ำได้ดีค่ะ บอกได้เลยว่า ตัวนี้ดีสมราคาแน่นอนเลย เป็ฯตัวยอดฮิตตัวนึงเลยค่ะ ราคาที่ญี่ปุ่นนี่คือ 6,500円

ตัวอันดับสองคือYSL Beauty Cushion ราคาอยู่ที่ 14g・7,500円

ตัวที่สาม คือ Clinique Super City Block BB Cushion Compact 50 ในราคา 12g・5,500円

Best Cream Foundation

ตัวแรกที่ได้รับการโหวต คือ RMK Creamy Foundation N เป็นรองพื้นเนื้อครีมที่มีเนื้อสัมผัสที่นิ่มมาก เมื่อลงรองพื้นจะมีความมันวาวระยับให้กับผิวหน้าของเราค่ะ ถือว่าเป็นตัวที่ดีเลย แล้วมีสีให้เลือกเยอะมากเลย ราคาอยู่ที่ 30g・5,000円

ตัวที่สองที่ได้รับการโหวตก็คือ Ethovos Mineral Hightlight Cream エトヴォス

ミネラルハイライトクリーム ราคาอยู่ประมาณ 4g・3,500円

ตัวสุดท้ายคือ Albion Smart Skin Velilea アルビオン スマートスキン ベリーレア ราคาอยู่ประมาณ5000 เยน

กลุ่มถัดมา แป้งที่ยอดนิยมเลยค่ะ Best Powder

ตัวแรกที่ได้รับการโหวตสูงสุด คือ Cosme Decollete AQMW Face Powder มีช่างแต่งหน้าให้กับเจ้าสาวบอกกับเราว่า ตัวนี้แน่นเลยค่ะ โบ๊ะหน้าแล้วแน่นดีมาก อยู่เลยค่ะ แล้วทำให้ผิวนุ่มสัมผัสมาก มันง่ายต่อการใช้ ราคาอยู่ที่ 20g・5,000円

ตัวที่ยอดฮิตอันดับสองคือ  Can Make Marshmallow Finish Powder ตัวนี้น่าใช้มากค่ะราคาเป็นกันเอง แหะๆ แค่ 940 เยนเอง

ตัวสุดท้ายคือ … Cle de Peau Beaute Leo Sur Declara ตัวนี้ราคาแพงหน่อย 8000 เยน

Best Concealer

จะบอกเลยว่า สิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับคนใต้ตาตาคล้ำ คือ คอนเซลเลอร์นี่แหละค่ะ หลีต้องใข้ทุกวัน ยิ่งแก่ยิ่งต้องใช้มัน แต่สิ่งที่ดีคือ คอนเซลเลอร์สมัยนี้ มันเบาบาง พอทาแล้วสวยไม่ลงร่องลึกใต้ตา ไม่ติดกันเป็นก้อนๆเหมือนสมัยเราสาวๆค่ะ เป็นอะไรที่ดีมาก แล้วตัวที่ได้รับโหวตยอดเยี่ยมประจำปี2016 คือ Nars Radiant Creamy Concealer ราคา 3400 เยน

ตัวที่สองคือ Suhada Kinenbi Fake Nude Concealer ราคา 15g・1,200円

ตัวสุดท้ายคือ CHANEL concealer ไม่ต้องพูดถึงคุณสมบัติอันล้ำค่าเลยค่ะ ราคามันบอกอยู่ ฮ่าๆๆๆๆ ล่อไป 5200 เยน    แหนะ อิอิ

Best BB Cream

Dior เลยค่ะ BB ของDior มันดังไปทุกประเทศแล้ว แหมม แม้แต่ญี่ปุ่นก็ยังหนีไม่พ้นความฮิตเลย  เขาว่าเป็น BB ที่ปกปิดดีที่สุดในตลาดเลยค่ะ มันให้ความกระจ่างสว่างกับใบหน้า มันให้ความเป็นธรรมาชาติ กับ ราคา 30ml・5,800円 ค่ะ ฮ่าๆๆๆ แพงเนอะ แต่ดีจริงๆค่ะ

ตัวที่สอง Esprique Eclat BB Liquid UV จากเครือ Kose ค่ะ ราคาจะโอเคหน่อยค่ะ อยู่ที่ 30g・3,000円

ตัวที่สามคือ TWANY BB ตัวนี้ราคาอยู่ที่ 30g・4,000円 ไม่ค่อยถูกเลยนะคะ

Best CC Cream

ตัวแรกที่ยอดฮิตเลย คือ SK II Auractivator CC Cream เป็นตัวที่มีกันแดดถึง SPF 50 PA ++++ ที่ถือว่าเยอะในตัว CC เลยทีเดียวค่ะ มันจะให้ความสว่าง กระจ่างขึ้น ราคาก็กระจ่างนะคะ ฮ่าๆๆๆๆ 30g・8,500円 ค่ะ

ตัวที่สอง คือ Sekkisei White CC Cream จากเครือ Kose ราคา 30g・2,600円

ตัวที่สามคือ JillStuart Airy Tint Watery CC Cream ตัวนี่น่าใช้มากๆๆๆๆๆ หลีว่าจะไปซื้อละค่ะเนี่ย ไม่รอด หลีไม่รอดแน่ๆๆๆ ราคาที่ญี่ปุ่น 34g・3,200円 แต่ยังไม่ทราบราคาไทยนะคะ ไว้ไปได้มาแล้วจะมาอัพเดทให้นะคะ แต่ตัวนี้ หลีอยากมากๆๆๆๆ

Best Eye Shadow

ตัวฮิตที่ได้รับการโหวตสูงสุดของปี 2016 คือ อายแชโดว์ของ Addiction เป็นตัวที่เพิ่งจะออกใหม่มาเลยค่ะ มีหลากหลายสีมากตั้งแต่ Matte ถึง  Silky ราคาอยู่ที่ 2000 เยน

ตัวที่ได้รับโหวดตัวที่สองคือ Excel Skinny Shadow ราคาจะอยู่ที่ 1500 เยน

ตัวที่สามคือエスプリーク セレクト アイカラー นี่ สีสรรจะไปทาง สว่างๆหวานๆๆ ค่ะ ราคาประมาณ 800 เยน สีสวยมากค่ะ ราคาก็สวยด้วยนะ

Best Eye Liner

แน่นอน ตัวดัง ตัวฮิต ก็ยังคงเป็นตัวเดิมดังไปทั่วโลกแล้ว Heroine Make Up Smooth Liquid Eyeliner Super Keep อยู่ทนอยู่ยั้งยืนยง อะไรก็เอาออกไปไม่ได้ แม้กระทั่วน้ำตาเรา ราคาก็สวยค่ะ แค่ พันเยน ที่เมืองไทยก็สามร้อยกว่าบาทหาซื้อได้ที่มัตสึคิโยะค่ะ

ตัวที่สองที๋ฮิต ก็ D.UP Silky Liquid Eyeliner ราคาจะขึ้นมาหน่อยที่ 1300เยน

ตัวสุดท้ายคือ Kate Double Eyelid Remake liner ค่ะ ราคาอยู่ที่ 1000 เยนเช่นกันค่ะ

Best EyeBrow

ตัวยอดฮิตตัวแรกเลย ก็คือ IPSA หลีบอกแล้ว แบรนด์นี้ดีนะคะ ยังเป็นอะไรที่เป็นที่นิยมหลายตัวในญี่ปุ่นเลย เสียดายทำตลาดที่เมืองไทยไม่รอด หายไปจากตลาดเสียแล้ว คิดถึงมากเลยค่ะ IPSA Eyebrow Creative Palette ตัวนี้สวยนะคะ หลากหลายสีดีค่ะ ราคาอยู่ที่ 4200 เยน

ตัวที่สองคือ Kate Eyeblow Color ราคากำลังงาม 850 เยน

ตัวสุดท้ายคือ Ettusais Natural Powder Brow Liner Formulated Forming Design Color ดีใจที่แบรนด์นี้โผล่มาบ้าง ไม่ค่อยได้เห็นเลยนะคะ ราคา 1200 เยน

Best Mascara

ตัวยอดฮิตก็คือตัวดั้งเดิมที่ดังมานานมากตั้งแต่หลียังสาวๆ ก็ยังฮิตมาตลอด แสดงว่าพัฒนาการของแบรนด์ตัวนี้ยังงดงามเช่นเดิม Majolica Majorca Lash Expander … ราคาอยู่ที่ 1200เยน ตัวนี้กันน้ำ ด้วยนะคะ แต่ส่วนใหญ่มาสคาร่ากันน้ำอยู่แล้ว อิอิ

ตัวทีสอง คือ HR Lash Queen Fatal blacks WP ราคาอยู่ที่ 4800เห็นราคาแล้วก็สะอึกนิดหน่อยนะคะ แหะๆ แพงหง่ะ หลีว่าเราไปซื้อตัวบนที่ได้ที่หนึ่งดีกว่าค่ะ

อีกตัวหนักกว่าอีก Diorshow Designer ราคาอยู่ที่ 4200เยน

Best Mascara Base Top Coat

ตัวท๊อปเลยนี่ก็ คือ Kate Lush Maximizer eyelash plus เป็น base mascara ตัวแปรงสีดำที่เนื้อครีมสีขาว เพิ่มเนื้อขนตาให้มากขึ้น แล้วทำให้มาสคาร่าติดทนนานขึ้น เพิ่มความงอนโค้งให้กับขนตา ในราคา 1200 เยน

ตัวที่สองคือ Ettusiais Lash Version Up formulated (glossy curl base Fragrance free) ราคาพันเยนค่ะ

ตัวที่สามคือ Diorshow Maximizer 3D ตัวนี้จะเป็น mascara base ในตอนกลางวันแล้วยังเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ในตอนกลางคืนด้วยนะคะ

Best Lipstick

ตัวดังค่ะ ดังไปทั่วโลกเลย YSL ลิปสติกที่เรียกได้ว่าขาดตลาดเลย เนื้อนุ่มเนียนสัมผัสงดงามมากค่ะ สีสวยติดทนนาน ราคาก็จะสูงหน่อยค่ะ  4100 เยน

ตัวอันดับสองที่ได้รับการโหวตคือ AQMW ราคา 3500 เยน

ตัวอันดับสาม Maquillage Dramatic Rouge กับราคา3000 เยนค่ะ

Best Lip Gloss

ตัวที่ได้รับการโหวตอันดับหนึ่งเลยคือ นี่เลยค่ะ RMK Lip Jelly Gloss สีสวย 11 สี งามที่ให้ three-dimensional lips กับเนื้อเจลแน่นๆ สีจะออก sheer หน่อยนะคะ ราคาจะอยู่ที่ 2200 เยน

ตัวทีสองนี่คือ Dior Addict Gloss ราคา 3400 เยน

ตัวสุดท้ายก็คือ YSL gloss กับราคา  3800 เยน

Best Brush Cheek

ตัวยอดฮิตที่หลีไม่แปลกใจเลย หลีชอบ brush ของ MAC มาโดยตลอด หลากหลายสีสรร เนื้อสัมผัสได้ใจ แปรงสีลงแก้มแล้วติดทันที เห็นเลย ตัวนี้ได้รับการโหวตอันดับหนึ่ง คือ  MAC Mineralized Skin Finish กับราคา 4200 เยน

ตัวที่สองคือ NARs ที่ยอดฮิตมานานอยู่แล้วเช่นกัน กับราคา 3400 เยน

ตัวแพงอีกตัวค่ะ ยังไงก็ยอดฮิต กับ CHANEL ในราคา 5500 เยน

ขอแถมอันสุดท้ายที่หลีมักจะชอบซื้อคือ Best Body Scrub

ตัวยอดฮิต คือ Sabon Body Scrub ซึ่งมีส่วนผสมกับ Dead Sea Salt กับส่วนผสมของ Almonds Jojoba และอื่นๆที่มาจากธรรมชาติเป็นหลัก จะให้ความรู้สึกผ่อนคลายกับผิวตัว กับราคา 600g・5,093円 / 320g・3,148円

ตัวที่สองคือ Oh! Baby House of Rose อันนี้จะมีกลิ่นหอม La Rose ส่วนผสมสำคัญคือ Rose extract ที่จะมาบำรุงผิว ราคาจะอยู่ที่ 350g・1,500円

ตัวสุดท้ายนะคะ คือ Sabon Body Scrub Musk ที่มีส่วนผสมของ Dead Sea Salt ราคา600g・5,093円 / 320g・3,148円

Digital Perm ดัดผมแบบดิจิตอลค่ะ

หลีจะไม่แนะนำร้านนะคะ เพราะบางคนอาจจะถูกใจ บางคนอาจไม่ถูกใจ ช่างตัดผมของหลีเป็นคนเกาหลีค่ะ หลีตัดและดัดผมกับเขามา ห้าปีแล้ว ปีนึงก็เจอกันแค่สองครั้ง ไม่พูดอะไรกันมากความ ภาษาไทยชีแย่ยังไงก็ยังแย่กว่าเดิม ต้องใช้ช่างไทยที่เป็นลุกมือแปลตลอด …ก็ตลกดี ..แต่หลีก็ได้ผมดั่งใจทุกประการนะคะ

หลีบอกเลยว่า หลีไปร้านนี้ด้วยเหตุผลเดียวคือ ไปดัดผมแบบดิจิตอล ที่ร้านไทยแถวบ้านไม่ค่อยมี ถ้ามีใครแนะนำร้านให้ ที่ถูกกว่า สามพันห้า สำหรับผมสั้น และ สี่พันสำหรับผมยาว ช่วยบอกต่อได้เลย แต่หลีก็ดัดผมแบบดิจิตอลกับร้านนี้มา ห้าปีแล้วล่ะค่ะ ก็ถูกมือถูกใจกันดีอยู่

เอาแค่หลีจะเล่าให้ฟังวันนี้ก่อน ว่าทำอะไรมาบ้าง

เนื่องจากสองเดือนก่อนหลีไปเปลี่ยนสีผม กัดผมให้สีอ่อนแล้ว ทำสีผมให้อ่อนลง ปรากฏว่า หลีก็ลืมไปว่า ไอ้ผมดิจิตอลของเก่าที่มีอยู่ในผม มันจะทำให้ทำสีผมไม่ได้

ช่างเกาหลีบอกเลยว่า … ถ้าดัดผมดิจิตอล หลีจะทำสีผมทั้งหัวไม่ได้ หลีได้แค่ปิดโคนผมด้วยสีเก่าไปเรื่อยๆ เนื่องจากผมเริ่มขาว มันก็เริ่มต้องปกปิดผมขาวกัน ไอ้ผมขาวก็มาจากอายุค่ะ ก็แก่แล้วยอมรับ แหะๆ

วันนี้ช่างเลยตัดผมเหลือแค่เลยบ่ามาหน่อยนึง จัดด้วยการตัดผมเสียๆ กับตัดให้เข้าทรงพร้อมดัดผมก่อนเลยค่ะ ความที่ผมเสีย เราก็ต้องทำทรีทเมนต์ค่ะ ค่าทำทรีทเมนต์จะมีสองราคา แบบธรรมดา 1500 กับแบบพิเศษ 3000 หลีก็เลือกทำแบบธรรมดา มันก็แค่ใส่ครีมเข้ามา เป็นครีมบำรุงสักอย่าง แล้วก็เอาถุงครอบอบสัก 20 นาที แล้วก็ไปล้างออก

16473223_1819016971719031_1103846579306349616_n

ทีนี้ก็เข้าสู่กระบวนการการดัด ดิจิตอล มันก็หลายรอบหน่อย

เริ่มแรก ช่างก็จะใส่ครีมเตรียมการดัดผมให้เรา ..ทิ้งไว้สักพักใหญ่ เป็นพักใหญ่ที่นานสุดของการตัด เข้าใจว่าเป็นการเตรียมผม แล้วก็ให้เราไปล้างออก

รอบสอง ก็เป็นการเป่าให้หมาดๆ แล้วก็เข้าแกนไฟฟ้า เครื่องจะแขวนอยู่ด้านบนค่ะ แล้วก็มีหัวเสียบไฟเข้าแกนไฟฟ้า แล้วก็มีสายระโยงห้อยรับน้ำหนักแกนเหล็กเอาไว้ค่ะ ดัดไม่นานเท่าดัดผมแบบโบราณนะคะ ดัดแบบเก่านานกว่าเยอะค่ะ

16427746_1819043341716394_7224708087233697655_n

เสร็จปุ๊ป เขาก็จะเอาแกนออกค่ะ แล้วผมก็จะหยิกได้หยองมาก หยิกขึ้นไปถึงหูเลย ฮ่าๆๆๆ ตกใจนิดหน่อย จากผมเลยบ่า หยักหนักจนสั้นไปถึงหู ทุกทีก่อนหน้า หลีจะดัดตอนผมยาวค่ะ ไม่ได้สั้นแบบนี้ เลยไม่เคยเห็นมันหดชัดขนาดนี้

16427305_1819050645048997_8850456422384637894_n

แต่สักพัก ช่างลูกมือก็เอาน้ำยามาสระที่ผมให้เป็นฟอง หลีก็ถามว่า สระผมหรอ เขาบอกไม่ใช่ เป็นน้ำยาให้ผมหยักนานค่ะ … แล้วก็ไปล้างออก เป่าแห้ง

16473811_1819055365048525_7748246982627295972_n

แล้วมาลงน้ำยาอีกรอบ รอบสุดท้าย น้ำยาอะไรบ้างก็ไม่รู้นะคะ แต่จะมีควันมาเป่าหมุนๆที่ด้านหลังของเราไปรอบๆศีรษะค่ะ (ไอ้เครื่องข้างซ้ายหง่ะค่ะ ท่อสีดำมันจะส่งควันมาที่ผมแล้วมันก็หมุนรอบผมเรา) รอบนี้เสร็จแล้วก็ไปล้างออก ทีนี้ก็เป่าแห้ง แล้วจบกระบวนการ

เดินไปล้างผมทั้งหมด 3 รอบ ไม่นับรอบทำทรีทเมนต์นะคะ

วิธีการดูแล 

  • จากนี้ ไปอีกสองวัน ผมห้ามสระค่ะ จะสระได้ก็อีกสองวัน ห้ามโดนคอนดิชั่นเนอร์ สำคัญที่สุด หลังจากนั้นโอเค ส่วนทำสีผม ช่างแนะนำว่า อย่า … ไม่งั้นผมเสียแน่ แต่ให้โกรกโคนผมที่จะเปลี่ยนสีได้ แต่ต้องอีกอาทิตย์หนึ่งค่อยมาทำค่ะ
  • ผมดัดที่มาจากการทำดิจิตอล เราจะดูแลง่ายๆ ให้ลง essence บ่อยๆทุกครั้งที่สระผมเสร็จนะคะ
  • แล้วหมักบ่อยขึ้น ดูแลมันให้มากกว่าดัดแบบโบราณหง่ะค่ะ ต้องถนอมมากกว่าเดิมค่ะ เพราะแกนเหล็กเข้าไปดัดเส้นผม มันก็จะเปราะบางกว่านะคะ  เ
  • เวลาเป่าผม ก็เอานิ้วจับเป็นม้วนๆไป เราก็ไม่ต้องไปเป่าผมแรงๆมากค่ะ หลีนี่แทบไม่ต้องเข้าร้านทำผมเท่าไรเลย เจอกันอีกที หกเดือนข้างหน้าดัดผมอีกรอบเลยค่ะ

ปล ร้านที่หลีทำ จ่ายสดโอเค ถ้าจ่ายบัตรเครดิต ชาร์ต 7% ค่ะ นี่เลยเป็นเหตุผลที่ไม่บอกชื่อร้าน ทำที่อื่นอาจจะถูกกว่านะคะ เห็นว่าแถวทองหล่อเพียบเลย

เซตแชมพู ทรีตเมนท์ และ มาส์ก ผม Argelan

Argelan Scalp shampoo & Argelan Juicy treatment & Mark

จุดเด่น

เป็นสารที่ทำมาจากธรรมชาติ ไม่มีซิลิโคนผสม ไว้ลดรังแค ลดการร่วงของเส้นผม ลดการคันศีรษะ

รายละเอียด

อันนี้เกิดจากการที่หลีไปเดินหาแชมพูดีดีพร้อมครีมนวดดีดี สักหน่อยค่ะ เพราะซุปเปอร์มาร์เกตบ้านเรามีทางเลือกให้น้อยเหลือเกิน ความที่ไปเดินที่ Central East Ville ก็วิ่งตรงไปที่ ร้านขายเครื่องสำอางแบรนด์ดังที่มาจากญี่ปุ่น Matsukiyo อ่านว่า มัตสีคิโยะ …. ก็ดีใจค่ะ ที่ในที่สุด ก็มีมาเปิดที่ไทยเสียที

หลีก็ตรงไปที่ด้านหลังไปดูแชมพู ก็ยังมีทางเลือกให้เราน้อยกว่าที่ญี่ปุ่นเยอะ แต่ก็ อะนะ มีแปลกๆอยู่สองสามแบรนด์ที่ต่างจากซุปเปอร์ ก็มาเจอ ตัวนี้ละค่ะ Argelan หลีก็นั่งอ่าน ว่า โอเค มันทำมาจาก สาหร่ายทะเลและพืชใต้น้ำอีกกว่า 50 ชนิด แล้วที่สำคัญ มันเป็นผลิตภัณฑ์ออแกนิคค่ะ ………… โอย อยากได้ ราคาหรอคะ หลีซื้อแบบถุงรีฟิลค่ะ เพราะมีกระป๋องมูจิปั๋มๆอยู่ ก็อยู่ที่ 699 ซื้อทั้งแชมพูและคอนดิชั่นเนอร์ แล้วก็ความที่หลีชอบไปโรงยิมฟิตเนต ก็จะชอบที่จะได้อบซาวน่า ก็เลยซื้อ Mask ผมไปด้วย หลอดสีขาวจากรูปด้านบนหง่ะค่ะ

ถามว่าหลีใช้แล้วเป็นไง ก็เห็นได้ชัดว่า ผมร่วงที่มักจะร่วงลงพื้นเยอะๆ ก็ลดลงมากค่ะ จากที่ใจเสียก็หายไปแล้วค่ะ ไม่เยอะเลย สบายใจขึ้นมากมาย แบบว่า กลิ่นดีนะคะ หอมหวานดี หลายคนอาจจะไม่ค่อยชอบแต่หลีว่ากลิ่นนี้หลีชอบ มันธรรมชาติดีค่ะ ตัวครีมคอนดิชั่นเนอร์อาจจะบีบยากหน่อยค่ะ ต้องบีบกันเยอะเลย แต่ชอบที่สุดก็ตัว Mask อันนี้จะแพงกว่าหน่อยนะคะ หลีจำไม่ได้น่าจะหลักพันหง่ะค่ะ แต่เอาไปอบซาวน่าจะดีมากเลยค่ะ เป็นการซาวน่าผมไปด้วย ซึ่ง มันไม่ได้ทำให้ผมพริ้วสลวยเหมือนเวลาเราใช้มาส์กผมตัวอื่นนะคะ อาจเป็นเพราะตัวนี้ออกไปทางธรรมชาติแล้วก็ดูแลปกป้องมันมากกว่า

ไม่เลวเลยละค่ะ

วิธีใช้

แชมพูกับคอนดิชั่นเนอร์ นี่ ก็ใช้ปกตินะคะ แต่ตัวมาส์กนี่ หลีจะเอามาส์กที่หนังศีรษะมากกว่าที่จะเอาไปมาส์กที่เส้นผมมากมายอะไร ตัวผมบางทีหลีเอาตัวอื่นมาส์กมาผสมด้วยค่ะ เพื่อความสลวย 555555555555 เป็นผู้หญิงที่เยอะกับตัวเองมากมาย

สารผสมที่โดดเด่น

  • สาหร่ายทะเล
  • สารสกัดระหว่างอาร์แกนออยล์และมะคาเดเมียออยล์
  • ส่วนผสมจากธรรมชาติกว่า 50 ชนิด ทั้งสารสกัดจากพืช สารสกัดจากใต้ทะเล และออยล์ต่าง ๆ เช่น ลาเวนเดอร์ออยล์
  • กลิ่นหอมของซีดาร์วู้ด และ กุหลาบ มอบความรู้สึกสดชื่นถึงธรรมชาติ ผ่อนคลาย พร้อมกระตุ้นให้เกิดพลัง

Full Thickening Cream: Living Proof

Living Proof Full Thickening Cream

livingproof-jpg

จุดเด่น ใช้ง่าย ทำให้คนผมลีบพองฟู ดูเป็นธรรมชาติและดูแข็งแรงมีชีวิตชีวา จุดเด่นอีกข้อคือ แพง ..

 

รายละเอียด

อันนี้เป็นนวัตกรรมของสารเคมีเพื่อคนผมบางและผมลีบ ซึ่งหลีก็ไม่ได้ผมลีบ ผมหลีหนามาก หลีก็ยังบ้าซื้อมาใช้สองสามขวด เพิ่งจะหยุดเพราะผมหลีไม่ได้ลีบ 5555555555555555 ผมหลีหยักเพราะไปดัด เลยต้องไปใช้สารเคมีอื่น แต่ที่เอามาแนะนำ เพราะว่า คนไทย สาวไทย หนุ่มไทย ส่วนใหญ่ ปล่อยผมยาวสลวยแล้วตรง แล้วความที่อากาศร้อน ทำให้ผมมันโดนน้ำมันจากร่องรูขุมขนที่ศีรษะของเรานี่แหละ ที่ทำให้ผมมันแล้วผมลีบติดหัว ซึ่งสาเหตุแบบนี้ กะฝรั่งก็เป็น

พวกครีมบำรุงผมในตลาดไทย หรือซุปเปอร์ไทยส่วนใหญ่จะไม่มีตัวนี้ค่ะ ตัวนี้เป็นนวัตกรรมที่ทำให้คนผมบาง และผมลีบ ให้กลับมาดูหนาและแข็งแรง และดูเป็นธรรมชาติค่ะ มันเป็นครีมนะคะ ไม่ใช่น้ำมัน มันไม่เพิ่มน้ำมันให้ศีรษะของเรา แล้วทำให้ดูฟองฟูสวยงาม จริงๆหลีก็ชอบมันนะคะ ไม่งั้นไม่ใช้มาถึง 3 ขวด ขวดนึงหลีซื้อตั้งแต่ 980 ตอนนี้ราคาพันอัพแล้ว

แนะนำค่ะ แนะนำให้คนผมบาง ใช้แล้วจะผมหนาขึ้น ให้ความแข็งแรงกับผมด้วย แนะนำให้คนผมลีบติดศีรษะด้วย ว่ามันจะสลวยสวยขึ้น เด้งดึ๋งมีน้ำหนักดูหนาขึ้นค่ะ เอานิ้วสยายผมได้เลยค่ะ ลองดูนะคะ

 

วิธีใช้

หลีใช้หลังสระผมค่ะ เพราะเป็นครีมที่ไม่ต้องล้างน้ำ ใช้ในวันที่ไม่ได้สระผมก็ได้นะคะ ผมแห้งๆใช้ได้เลย ไม่ต้องเอาครีมไปทาที่ศีรษะนะคะ ให้ลงต่ำจากหนังศีรษะมาหน่อย เป็นครีมสำหรับผมหง่ะค่ะ ไม่ใช่สำหรับหนังศีรษะของเรา อย่าบีบเยอะนะคะ Less is more ใช้แต่น้อยก็พอค่ะ แล้วเกลี่ยไปตามนิ้ว แล้วให้นิ้วสยายผมไปให้กระจายค่ะ

 

สารผสมที่โดนเด่น Beta Amino Ester เป็นสารที่ Living Proof เป็นผู้ค้นคิดขึ้นมาโดยเฉพาะค่ะ เป็นโมเลกุลที่ไปเสริมสร้างความหนาให้เส้นผมค่ะ

ตัวอื่นๆ ก็ดังนี้ค่ะ ater/Eau/Aqua, Poly Beta Amino Ester-1, Fragrance/Parfum, Polyacrylate-13, Myristyl Alcohol, Xanthan Gum, Polyisobutene, Oleth-10, PPG-2 Myristyl Ether Propionate, Phenoxyethanol, Polysorbate 20, Methylisothiazolinone, Linalool, Citronellol, Limonene, Butylphenyl Methylpropional, Citral, Geraniol.