Category Archives: Japanese Cosmetics

รวมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางญี่ปุ่นที่น่าไปขน ประจำปี 2017 จาก Cosme ค่ะ

ก็พอดี วางแผนจะเดินทางไปญี่ปุ่นค่ะ .. แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ไปไหม งานประจำมันค่อนข้างจะยุ่ง แต่ก็ไปนั่งดู cosme อยู่ว่า เป็นอย่างไรบ้าง ปีนี้ cosme ก็ได้สรุปผลิตภัณฑ์ขายดีประจำปี 2017 ของเวปเขามาแล้วนะคะ เด๋วหลีจะเรียงรายละเอียดให้ดู ไม่ครบทุกหมู่ของเขานะคะ อย่างสบู่ handcream พวกนี้หลีก็ไม่ได้สรุปมา แต่อื่นๆก็ครบดีค่ะ เริ่มเลยนะคะ

 

Cleansing 

อันดับแรก ก็ยังคงเป็น ของ Shu Uemura นะคะ Ultim 8 Sumubumi Beauty Cleasing Oil เสียดายมาก หลีใช้ตัวนี้ไม่ได้ เพราะโดนออยแล้วสิวเม็ดข้าวสารขึ้นหน้าแทบจะทันทีเลยค่ะ แต่สำหรับคนที่ใช้ได้ หลีบอกได้เลยว่า ตัวนี้ยอดมากกกมีส่วนผสมของพืชพันธ์กว่า 8 ชนิด ใช้ได้กับทุกชนิดผิวเลยค่ะ ราคาที่ญี่ปุ่นจะถูกมาก ถูกชิบๆๆๆๆๆๆ 4500 เยนเอง .. กระซิกๆๆ ที่ไทยแพงมาก 3500-4500 บาทแหนะ

ตัวที่สองเป็นตัวไม่แพงค่ะ ของตระกูล Heroine ใครเคยใช้ eyeliner  ของแบรนด์นี้จะรู้ว่าติดดีมาก ทีนี้ เขาออกตัว remover ที่เขาบอกว่า ทรงพลังสุดๆ มาค่ะ อันนี้ไว้ล้างมาสคาร่าโดยเฉพาะเลยค่ะ ยิ่งมาสคาร่าที่กันน้ำ เขาบอกว่า ตัวที่ล้างได้แน่ๆ แล้วยังเป็นสูตรที่บำรุงขนตาด้วยนะคะ ราคาแค่ 840เยนเอง รอซื้อเลยนะน้องจ๋าๆๆๆๆๆ

อีกตัว เพิ่งเคยเห็นค่ะ มาใหม่เลย เป็น Cleansing water แบบ Spa water ชื่อ Creer ที่เป็นทั้ง makeup remover + facial wash + horny care + lotion ครบถ้วนค่ะ อันนี้ทำมาจากน้ำแร่บ่อน้ำร้อนของญี่ปุ่นนะคะ แต่วิธีใชข้นี่จะเน้นการเช็คด้วยสำลี oil free, alcohol free, ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสี ไม่มีใส่สารกันบูดค่ะ ใช้ได้ทั้งเช้าและเย็นนะคะ

Facial Wash 

 

ตัวขายดีตัวแรกคือ  Orbis Aqua Force Mild Wash ด้วยราคา 1300 เยน กับอีกตัวคือ Porn Pencil Azuki Baking Sofa Scrub Facial Cleansing ราคา 1200 เยน ตัวแรกจะเน้นความอ่อนโยนของโฟมที่จะล้างได้ทั้งเช้าและเย็น ล้างความสกปรกออกได้ด้วย ส่วนตัวหลังนี่เป็นสครับด้วย ที่มี baking soda มากระชับรูขุนชน แล้วทำให้หน้าผ่องใสขึ้น

Toner 

ตัวแรก Dior Snow Brightening Essence Lotion ราคา 6900 เยน ตัวนี้จะมีวิตามินอี ผสมด้วยซึ่งจะช่วยเรื่องผิวให้เนียนใสและดูแลผิวที่โดนแสงแดดแผดเผามาแล้วด้วย ตัวสองนี่สิ หลีเคยใช้รุ่นก่อนหน้า Aqu Laber White Up lotion, ของ Shiseido ซึ่งเป็นอะไรที่ดีนะคะ ไม่ทำให้หน้าแห้งเลย ตอนนี้ก็ยังใช้ไม่หมด อันนี้จะป้องกันพวกจุดด่างดำต่างๆด้วย ทำให้หน้าสว่างใสขึ้นค่ะ มีกลิ่นของดอกกุหลาบนะคะ ราคาไม่แพงอยู่ที่ 1400 เยน ตัวสุดท้ายนี่ Asta Lift White Bright Lotion ตัวนี้ ช่วยเรื่องความสว่างให้กับใบหน้า คนญี่ปุ่นชอบให้หน้าสว่าง ขาวค่ะ ราคาอยู่ที่ 3800 เยน

Serum Essence 

One จาก Kose Moisturizing Essence Liquid ราคาไม่ได้บอกไว้ ค่ะ แต่เป็นตัวขายดีอันดับหนึ่งของ cosme น่าลองมากมาย เขาบอกว่า ตัวนี้ผสมข้าวเยอะที่สุดของ essence ที่มีอยู่ในตลาดค่ะ จะช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่มและเรียบขึ้นค่ะ ตัวสอง Wrinkle Shot Medical Serumที่ประกาศตัวว่าเป็นทางด้านยาบำรุงค่ะ บำรุงริ้วรอยใต้ตาโดยเฉพาะเลย ราคาแพงมาก 15000เยนแหนะ ตัวสุดท้าย Decollete White Logist Bright Express ราคา 40ml・15,000円 / 60ml・18,000円 คุณสมบัติคือเพิ่มความกระจ่างให้กับผิว และช่วยป้องกันจุดด่างดำต่างๆด้วยนะคะ กลิ่นจะเป็นกลิ่นดอกไม้เขียวค่ะ

Emulsion 

ตัวแรกคือ Dior Capture Totale Dream Skin Advanced อันนี้ Capture Totale  ขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องความกระชับของผิว ยั้งริ้วรอยบนใบหน้าให้ย่นช้าหน่อย (เขียนเองขำเอง)​ราคา 15000 เยน ตัวสองเป็นของ Shiseido White Lucent All Day Brightener ในราคา 6000 เยน คุณสมบัติของช่วยให้เม็ดสีผิวเปลี่ยนแปลงให้ช้าที่สุด ป้องกันจุดด่างดำ ทำให้หน้ากระจ่างสว่าง ตัวสุดท้ายเป็นของ Clinique Smart Custom Repair Eye Treatment ด้วยราคา 6900 เยน ช่วยในการลดริ้วรอยรอบดวงตาค่ะ

Cream 

ตัวสีฟ้านี่เป็นของ  Attenie Midnight Noisturizer เป็นตัวใหม่ที่เพิ่งออกมา เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้เซลของผิวหน้า ให้ความกระชับไม่หย่อนยาน ราคา 3250 เยน  ส่วนอีกตัวเป็น Ignis Moist Tender Cream ที่เน้นกลิ่นของสมุนไพรและช่วยในการทำให้หน้าชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน ราคาอยู่ที่ 6000 เยน

Sunscreen 

Decorte Sun Shelter Multi Protection SPF 50 + PA ++++ ไม่ได้ป้องกันแค่แสงแดดและแสงอุตตร้าไวโอเลต แต่ยังป้องกันมลภาวะจากอากาศรอบตัว ช่วยยับยั้งและป้องกันมลพิษที่ทำให้เคร่งเครียดด้วย เป็นครีมแบบ  water-based moistirzing ที่จะทำให้หน้าผ่องใส ราคา 3000 & 4200 ตัวที่สองคือ Nivea Bean Cream Care UV Fream SPF 50 + PA ++++ ป้องกันแสงแดด และมี Hyaluronic Acid ในการช่วยกระชัยผิว ตัวนี้นำไปผสมกับพวกครีมรองพื้นหรือสบู่ที่ล้างหน้าหรือตัวได้ด้วยนะคะ มันจะซึมเข้าไป ช่วยกระชับรูขุมขน ไม่มีราคาบอก อีกตัว เป็น ตัวแพง Cle De Peu Beaute Creame Tante UV SPF 50+ PA++++ มีสี่สีด้วยกัน เป็นสีที่เข้ากับผิวหน้าที่แตกต่างของแต่ละคน ป้องกันแสงยูวี ความไม่มีชีวิตชีวาของผิว ความหมองคล้ำ ทำให้มันฟื้นฟูกลับมาให้ผ่องใส จะโอเคมากที่จะทำให้ผิวคืนสภาพกลับมานุ่มเนียนดังเดิน ทั้งวัน เขาว่ากลิ่นดีมากค่ะ น่าลอง แต่แพง 8000 เยนแหนะ

Lip Blam

อันดับแรกคือ Dior Addict Scrub & Blam อีกตัวคือ 2 Ignis Extra H Lip Treatment

มาร์กหน้าแผ่น Mask Sheet

ตัวแรก เป็นตัวทำให้หน้าตื่นจากความหม่นหมองภายใน 60 วินาทีแรกด้วยกลิ่นผลไม้กีวี่โยเกริต์เย้ายวน (ทำไมฉันต้องเขียนเชิญชวนขนาดนี้)​เป็นตัว Limited ค่ะไม่แน่ว่าจะมีขายเมื่อเราไปนะคะ มันจะเป็น all in one mask ที่เป็นทั้งตัวล้างหน้าก็ได้ บำรุงก็ได้ และเป็นตัวแรกของการเริ่มต้นแต่งหน้าก็ได้ ความสำคัญคือ ทำให้ผิวหน้าตื่นค่ะ 28 แผ่น 1300 เยน (โอ้ย หวังว่าจะได้ไปหิ้วตัวนี้​)​ ตัวที่สอง Antarctica Glacier Premium Cream Mask ตัวนี้เน้นให้ความชุ่มชื้นค่ะ ไม่ได้บอกอะไรมากกว่านี้เท่าไร แต่ราคาอยู่ที 690 เยน ตัวสุดท้าย Special subject Perfect Silky Mask ตัวนี้เน้นลดริ้วรอยเล็กๆนะคะ

Cream for Massage 

mask cream no1 ตัวนี้ ไว้มาร์กหน้าแล้วนวดค่ะ Capture Totale Dream Skin 1 Minute Mask เป็นเจลสีชมพู นวดสัก 1 นาทีก็พอ ล้างออกได้เลยค่ะ จะทำให้หน้าเหมือนหน้าเด็กใสๆใหม่ๆสดๆเลย ราคา 8500 เยน

มาได้ครึ่งทางแล้ว ถ้าชอบที่หลีสรุปเครื่องสำอางญี่ปุ่น ฝากแชร์ ฝากกดไลค์ แล้วรบกวน follow blog ด้วยนะคะ ตามไปกดไลค์ได้ที่เพจ #siswalksistalk ด้วยค่ะ เป็นกำลังใจทำงานต่อไป  ต่อๆๆๆๆ

ต่อไปนี้เป็นพวกเครื่องสำอางนะคะ ซึ่งหลีจะไม่สามารถบอกคุณสมบัติได้เท่าไร อันนี้แล้วแต่สัมผัสของคนที่ชอบค่ะ

Best Makeup Base

ตัวแรก Excel GlowLuminizer UV SPF 28 + PA+++ ราคา 1700 เยน มีสองสีด้วยกัน เพิ่มความสว่างให้หน้าด้วยประกายมุก ตัวที่สองคือ Esprique CC Base ของ KOSE ราคา 2800 SPF 50 + · PA ++++  จะช่วยในการปกปิดรูขุมขน ลดความหม่นหมองของผิวหน้า ตัวสุดท้ายคือLunasol Smoothing Light Makeup Base SPF 22+ PA++ ราคา 3500 เยน ตัวนี้จะช่วยเกลี่ยให้สีบนใบหน้าเท่าๆกัน ไม่ทำให้หน้าขาววอกจนเกินไป

Best Powder 

ตัวแรกคือ CHANEL Le Blanc Compact SPF 25 PA+++  มีด้วยกัน 6 สี ราคา 7500

ตัวที่สองคือ Primavista Clean Skin Texture Powder Foundation SPF 25 PA++ ราคา 3800 มีด้วยกัน 7 สี

ตัวสุดท้าย คือ Esprique Pure SKin Pact UV SPF 26 PA++ ราคา 3800 มีด้วยกัน 7 สี

Best Liquid Foundation

ตัวแรก Shiseido Shynchro Skin Glow Luminazing Fluid Foundation SPF 20 PA++ มีด้วยกัน  6 สี ราคา 5000 yen

ตัวสองคือ Kate Secret Skin Maker Zero SPF 18 · PA ++  มีด้วยกัน 6 สี ราคา ไม่แพงเลย 1600 เยน

ตัวสุดท้ายคือ Shu Uemura Patel Skin Fluid Foundation เน้นสี matt จะเบาบางมาก ราคา 5000 เยน

Cushion 

ตัวแรก Shiseido Synchro Glow Cushion Compact SPF 23 PA++ มีด้วยกัน 3 สี ราคา 5500 yen

ตัวสองคือ Dior Cushion Foundation SPF 35 · PA +++  มีด้วยกัน 5 สี ราคา 6500 เยน

ตัวสุดท้ายคือ Lancome Blanc Expert Cushion SPF 50 + · PA +++มีด้วยกัน 5 สี ราคา 6500 เยน

Best Cream Foundation 

powder02 (1)

คือ MISSHA Tension Pact Perfect Cover SPF 37 · PA ++ ราคา 1800 ตัวนี้จะมีความเข้มข้นของครีมนะคะ

Best Stick Foundation

stick01

คือ Cle De Peau Beaute Stick SPF 17 · PA ++ ราคา 8000 yen

Best Powder

ต้องบอกก่อนว่าMaquillage นี่มีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงรุ่นได้บ่อยและเร็วมาก ตัวนี้เป็นอีกตัวที่น่าสนใจเลยนะคะ อยู่ในเครือ Shiseido ตัวนี้ 3500 เยน เป็นตัวท๊อปของชิเชโด้นะคะ อีกตัวก็เป็นของ Dior Skin Nude บางเบาหน่อยค่ะ ราคาอยู่ที่ 7000 ตัวสุดท้าย Coffret Doll Lucent Finish Powder ตัวนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนไมไ่ด้ทาอะไรเลย (โอ้ย ยิ่งเสียความมั่นใจสิเนี่ย) ราคาอยู่ที่ 3500 เยน

Concealer

Nars มีด้วยกัน 8 สี ราคาอยู่ที่ 3400 yen ตัวที่สอง Cezanne ตัวนี้ราคาลงไปอยู่ที่ 600 เยน อันนี้จะช่วยลดสีแดงจากสิวบนหน้านะคะ สุดท้ายคือ Shiseido White Lucent ลดจุดดำบนใบหน้า เพิ่มความสว่าง ราคา 4200 เยน

Best BB Cream

 

ตัวแรก Lancome Lancomee UV Expert BB มี  SPF 50 · PA ++++  ราคา 5800 มีด้วยกันสองสี

ตัวสอง D Program Allerbarrier Essence BB ตัวนี้น่าสนใจมาก SPF 40 · PA +++ มีการปกป้องมลภาวะต่างๆด้วย ราคา 3000 เยน

Best CC Cream

Dior Snow Brightening Fresh CC Cream 50 SPF 50 · PA +++ มีสองสี ราคา 6300 เยน

อีกตัวของ YSL Beaute Top Secret CC Cream SPF 35 · PA +++มีสามสีราคา 6500 เยน

Best Shampoo and Conditioner

ตัวแรก PYUAN Sweet & Charming Shampoo / Conditioner ไม่มีราคา 

ตัวสอง เป็นของ Loreal ราคา  1400 เยน

ตัวสุดท้ายของ Bene ราคา  900 เยน

Best Eye Shadow

SUQQU (Sukku) Designing Color Eyes 6800 เยน
Canmake wink glow eyes 500 เยน 
Coffret Doll Beauty Aura Eyes 3,500円 
Best Eye Liner

Hitomi Clarity Dense coloring  ตัวแรกนี่เป็นของ Kate นะคะ 1100 เยน
ตัวสองคือ Canmake Luster Liquid Line ราคา 900
ตัวสุดท้ายก็ canmake ready rich ราคา 550 เยนค่ะ

Best Mascara
ตัวแรกเป็นของ  Opera ค่ะ ราคา 950 เยน
ตัวสองเป็น Benefique Theory mascara base ราคา 2500 เยน
ตัวสุดท้าย Meybelline New York Lushnishta  ราคา 1800 เยน

Best Eye Brow มีตัวเดียว
eyebrow1 K - Palette Lusting Eyebrow Tint ราคา 1200 เยน


Lip Tint
ตัวแรกเป็นของ Opera ค่ะ ราคา 1500 เยน
ตัวสองเป็น YSL  ราคา 4300 เยน
ตัวสุดท้าย Dior Addict Stick ราคา 3900 เยน

Lip Gloss
ตัวแรกเป็นของ Opera ค่ะ ราคา 1200 เยน
ตัวสองเป็น Kate ราคา 450 เยน
ตัวสุดท้าย CHANEL CoCo Gloss ราคา 3600 เยน


Blush On
ตัวแรกเป็นของ IPSA ค่ะ ราคา 5800 เยน
ตัวสองเป็น Maquillage ราคา 2800 เยน
ตัวสุดท้าย Rimmel London ราคา 1200 เยน


ทั้งหมดนี้เป็น skin care และ makeup ที่หลีตั้งใจจะไปศึกษา ตัวไหนน่าสนใจก็คิดจะซื้อค่ะ ตัวไหนแพงหาได้ในไทยก็คงไม่สนใจเท่าไร
ข้อดีของเครื่องสำอางที่ญี่ปุ่นคือ ถูกกว่าไทยค่ะ แต่ถ้าไม่มีเวลาไป ก็หาซื้อที่ไทยได้ นี่เป็นการรวมครึ่งปีแรกของ 2017 นะคะ ครึ่งปีหลังจะมีอีกรอบค่ะ
แล้วไว้หลีจะมาสรุปให้อีกครั้งในครึ่งปีหลังนะคะ บายค่ะ
ฝากแชร์ ฝากกดไลค์ และฝาก follow blog ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
Advertisements

My Makeup on the Day with Full Consciousness

วันนี้แต่งหน้าไม่เยอะค่ะ แต่เริ่มใช้สมองจำรายละเอียดพร้อมกับจดไว้แล้วว่าตัวเองใช้เครื่องสำอางอะไรบ้าง ในการแต่งหน้าแต่ละลำดับ (ปกติ ไม่เคยมานั่งจำเลย ฮ่าๆๆ)

Makeup Details

ตอนนี้จำได้ เลยนั่งทำกระบวนการพร้อมกับลำดับให้ดูกันค่ะ เริ่มเลยนะคะหลังจากที่ลง skin care ดูแลผิวทั้งหมด แล้ว เริ่มเลย
1 หลีลง Nars Primer Protection & Smoother ที่มี SPF 50 เพื่อเป็นกันแดดไปในตัวด้วยเลย
2 หลีลง MAC Next to nothing face color เพื่อเกลี่ยให้สีผิวเสมอกันมากขึ้น และมีประกายที่สดชื่นขึ้น
3 ลง corrector ของ Bobbi Brown สี Peach ตรงหัวตา กับใต้ตาที่มีจุดหมอง
4 ลง concealer ของ Bobbi Brown สี Beige ใต้ตา หางตาตรงปลายๆ ส่วนที่เวลาถ่ายรูปมาแล้วมันคล้ำๆ ก็กดไปเลยค่ะ
5 ลง รองพื้น Foundation Stick No 3 ของ Bobbi Brown ค่ะ ทั้งหน้า กดลงไปที่ร่องจมูกให้หนักหน่อย
6 ลง Cream Rouge ครีม สี Fresh Melon ที่จุดสูงสุดของแก้มตอนยิ้มค่ะ
ตอนนี้ ทั้งหมดของหน้าลงครีมมี่หมดแล้วนะคะ ต่อไปเป็นของแห้ง

7 ลงแป้ง Tarte สี Fair Light Honey ให้ทั่วหน้า อันนี้ลงไปถึงคอเลยค่ะ
8 ลงสีแก้ม Blush Bobbi Brown สี Pale Pink ไล่ไปให้ถึงหูด้านบนเลยค่ะ
9 ลงคิ้วกันค่ะ ทั้งดินสอ ทั้งมาสคาร่าคิ้วเป็นของ Shu Uemura สี Honey Glaze
10 Eye shadow ทั้งหลายทั้งปวง เริ่มที่สีกลางก่อนเป็นครีมมี่ Sand Dune เป็นแท่งค่ะ ส่วนสีอ่อน Ivory ที่ด้านบนจนถึงคิ้วเลย แล้วก็ปัดหางตาส่วนนิดๅ ด้วย Lilac Haze
11 ลง Heroine Eye Liner Super Keep water proof ค่ะ ทั้งส่วนที่ติดขนตา กับ inner ด้านในเปลือกตาค่ะ
12 Mascara ของ Maybelline Lashionigta สีดำค่ะ
13 Lip สีแรกที่ลงคือ CHANEL No 28
14 สุดท้าย จบด้วย Lip Liquid ของ Bodyshop ชื่อ Tokyo Lotus 024

เป็นอันจบกระบวนการวันนี้ค่ะ ทั้งหมด ใช้เวลาแต่งหน้า 15 นาที ถ้าไม่พลาดอะไร
ส่วนที่พลาดคือ ร้องเพลงเพลิน เลยวาด eyeliner เปื้อน … ต้องมาลบ แล้ววาดใหม่ ซึ่งตอนลบ มันจะลบ eye shadow ไปด้วย

#สติสำคัญที่สุดระหว่างวาดeyelinerและMascara

34897674125_6c52fdc762_o

New Mild Touch Cleansing Oil : DHC

0004926_new-mild-touch-cleansing-oil.jpg

จุดเด่น 

ราคาถูก .. ด้วยราคาหลักร้อย ประมาณ 800 กว่าค่ะ กลิ่นงาม ล้างเครื่องสำอางสะอาดสนิทมาก

จุดเสีย (สำหรับหลีคนเดียว) คือ หลีใช้  oil แล้วอุดตัน .. หลีมีสิวเม็ดข้าวสารขึ้นจากการใช้ oil เป็นมาตั้งแต่ ใช้ oil ของ she uemura แล้วค่ะ น้ำตาจะไหล กระซิกๆๆๆ

รายละเอียด ..

Purity-Cleanser-16oz-B-DO-00000000_S7

หลีแค่อยากเปลี่ยนตัวล้างหน้าค่ะ คือปกติใช้ Philosophy  Purity Made Simple มาเป็นสิบปี เบื่อค่ะ อยากเปลี่ยนบ้าง ก็พอดีได้ซองทดลองใช้ของ Oil ตัวดังของ Shu Uemura มา ก็ดันสิวเม็ดข้าวสารขึ้น บอกให้รู้เลยว่า อุดตัน ไม่รอด …​ใช้ออยไม่ได้แน่ๆ แต่ความอยากมาก อยากได้ออยล้างเครื่องสำอาง ก็พยายามจะคิดว่า เอาออยล้างเครื่องสำอางออกเสร็จ หลีก็จะเอาเจลล้างหน้ามาล้างกันอีกทีหนึ่ง

16730233_1824224934531568_5308098489475257316_n

ตัวนี้ค่ะ ที่หลีใช้ประจำ เจลล้างหน้า  ซื้อมาจากสวิส ใช้ดีเลย …​แต่ก็เอากันไม่อยู่ สิวขึ้นอยู่ดี ..​แต่ความดื้อ ก็ไปเดินที่ร้านเหลือง มัตสึคิโยะ …​ก็เห็นตัวนี้ค่ะ

เห็นว่าไม่แพง แล้วเป็นแบบ mild ด้วย .ก็เลยลองซื้อมาใช้ดู ..​ปรากฏว่าเนื้อดีมากค่ะ สัมผัสแรก หอมดีเลย แล้วเอามาลงที่หน้าก็เบาเป็นออยที่ไม่หนักเลยค่ะ

mild DHC review copy.jpg

รูปแรก เราลงออยแล้วก็ขยี้เครื่องสำอางเบาๆที่หน้าเราค่ะ แล้ว รูปสอง ค่อยให้หน้าเราโดนน้ำ มันก็กลายเป็นนมค่ะ แล้วเราก็ค่อยๆล้างหน้าออกมา หลีก็ลองไปเช็ดหน้าดูค่ะ ปรากฏว่าล้างสะอาดดีมาก แต่ในกรณีนี้ หลีก็ใส่ eyeliner ไม่แรงมากนะคะ แต่ไม่ได้ลงมาสคาร่าแรงๆ หลีว่าถ้าลงมาสคาร่าหนักๆ ล้างออยแค่ครั้่งเดียว เอาออกไม่หมดค่ะ … หลังจากนั้น หลีก็ล้างหน้าด้วยเจล pHbalance ตัวข้างบนอีกทีหนึ่ง ..

อย่างที่บอก หลีว่า คนที่ล้างหน้าด้วยออยได้นี่ ตัวนี้ถือเป็นทางเลือกที่ดีเลยค่ะ แต่ถ้าแพ้แล้วสิวขึ้นอย่างหลี อย่าใช้เลยนะคะ มันเสียดายเงิน ไม่มีประโยค …​

ส่วนหลีก็เดินหาตัวใหม่ไปตามยถากรรม หรือไม่ก็ต้องกลับไปซบ Purity Made Simple ของ philosophy ต่อไปค่ะ

วิธีใช้ 

ตอนหน้าแห้งๆ มือแห้งๆ ให้ลงออยที่หน้านะคะ แล้วนวดเบาๆให้เครื่องสำอางลบไปกับออยค่ะ นวดสัก 3 นาทีเลยค่ะ แล้วค่อยๆเอาน้ำเข้ามาพรมหน้า ให้ออยกลายเป็นนม .แล้วค่อยล้างออกให้หมดนะคะ ถ้าใครกลัวออยจะติดหน้า ก็ใช้โฟมหรือเจลล้างหน้าอีกรอบก็ได้นะคะ

ส่วนผสมที่โดนเด่น

Olive Virgin oil formulations that protect the skin.
Morus Alba root extract. further, increase transparency.
Color-free, paraben-free, mineral oil is not used.

img_3587

สรุป หลีใช้ไม่ได้ค่ะ

Primer สำคัญอย่างไร

18010563_1855521541401907_5487752298411787644_n

หลีใช้ Primer มานานมากแล้วค่ะ ขวดแรกที่ใช้ก็ ตัวที่ชื่อ Prime Time ของ Bare Minerals ได้มาก็สิบห้าปีได้แล้ว ยังเก็บไว้อยู่เลย ถือเป็นมรดกประจำตัวเลยค่ะ

Primer สำคัญมากนะคะ สำหรับการแต่งหน้า …หลังจากลงเครื่องบำรุงผิวมาจนครบ ก่อนจะเริ่มลงสีแต่งหน้า ตัวแรกที่ต้องลงก็คือ Primer นี่แหละค่ะ เขาถือว่า เป็นตัวรองแบบ Undercoat ที่เหมือนกับเวลาเราจะทาสีกำแพงบ้าน เราก็ต้องลง undercoat ก่อน ไม่ให้สีบ้านซึมลงไป

คุณสมบัติที่ดีของ Primer คือ การที่จะทำให้เครื่องสำอางติดได้นานขึ้น และการช่วยซ่อนเงื่อนริ้วรอย รูขุมขนให้ดูตื้นขึ้นมา หรือหายไปได้เล็กๆน้อยๆ

แรกๆที่หลีใช้ คุณสมบัติมาแค่อย่างเดียวค่ะ คือ ทำให้เครื่องสำอางติดทนนาน ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ มันก็ค่อยๆเพิ่มมาตามวิวัฒนาการของสินค้า ตอนหลังๆ ไพรเมอร์ มันมีวิวัฒนาการมาระดับสูง แบบ Nars ตัวริมขวา ที่มีทั้งกันแดด … และป้องกันมลภาวะ เรียกว่า ไต่ระดับมาได้สูงทีเดียว

ข้อดีของไพรเมอร์นี่ อันแรกคือ เมื่อคุณสมบัติหลายตัวนี่ บวกมาเป็นทั้งมอยซ์เจอร์ ไพรเมอร์ตาด้วย กันแดด กลบริ้วรอย บางรุ่นเริ่มให้สีอ่อนๆกึ่งรองพื้น กึ่งบีบีแล้ว เราก็บอกได้เลยว่า ประหยัดเวลาแต่งหน้าไปเยอะค่ะ แล้วก็ประหยัดเงินด้วย ถ้าเจอไพรเมอร์เทพระดับรวมทุกอย่างนี่ ประหยัดเยอะเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆ

อย่างไรก็ตามไพรเมอร์ที่ดี มันต้องทำให้เครื่องสำอางติดทนนาน ชนิดที่ ทั้งวัน เราไม่ต้องเติมแป้งอีกเลยก็ได้ Nars ตัวนี้มีส่วนทำให้หลีหน้าสดใสไม่เติมอะไรเลยถึงเย็นนะคะ …  แล้วยังช่วยสาวๆที่มีปัญหาหน้ามัน ให้ความมันบนหน้าลดลงด้วยค่ะ

ไพรเมอร์ที่ดี ลดรูขุมขน ลดริ้วรอยเล็กๆให้หายไปได้บ้าง บางรุ่นนี่ให้ความวิ้งๆกับหน้าได้ด้วยนะคะ สามารถใช้ร่วมกับ concealer และรองพื้นได้ดีเลย เหมือนเป็นตัวช่วย อย่างไพรเมอร์บางตัวเช่นของ Smashbox นี่มีไว้สำหรับการถ่ายภาพด้วยซ้ำ คือ มีส่วนช่วยให้การแต่งหน้าของเราซ่อนจุดบกพร่องแล้วเสริมความสว่างบนใบหน้าเราได้ด้วยนะคะ วิวัฒนการสูงส่งมาก อันนี้ขอชมเชย ไม่นาน ไพรเมอร์จะกลายเป็นตัวประทินผิวที่เราอาจจะขาดไม่ได้แล้วก็ได้ค่ะ คนรุ่นเก่าๆอย่างหลีหรือแม่หลี ก็อาจจะแทบไม่เคยใช้ตัวพวกนี้เลยด้วยซ้ำ …ยังไงถือโอกาสมาแนะนำเลยค่ะ

จากรูปด้านล่าง หลีเอาสีสรรของ primer ยี่ห้อต่างๆมาให้ดูค่ะ

17951560_1855521534735241_7459239109612322361_n

สีขาวคือ Nars สีใสๆคือ Bare Mineral รุ่นเก่ารุ่นแรกเลยค่ะ สีเหลืองนี่ ของ Can Make สุดท้ายของ Benefitค่ะ

18033488_1855521544735240_7305671233495718469_n

เมื่อลองระบายดูสองแบรนด์แรกจะหายไปเลยคือ สีขาว Nars กับ สีใสของ Bare Minerals ส่วน canmake กับ benefit จะยังเกลี่ยสู้ไม่ได้

18033914_1855521548068573_7281337626745740806_n

สุดท้ายจะเห็นว่า เหลือแค่ canmake นะคะ ที่ยังอยู่ ที่เหลือหายไปหมดแล้ว

ตัวที่เป็น nars จะดีที่สุดค่ะ หลีเคยรีวิวไว้แล้ว ที่นี่ค่ะ

https://siswalksistalk.wordpress.com/2017/03/05/nars-smooth-protect-primer-broad-spectrum-spf-50-sunscreen/

ส่วนBare Mineral เวลาลงไปที่หน้า จะเหมือนมีอะไรเคลือบหน้าเราอยู่ ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากกว่านั้น

มาที่ can make นี่ จะหนักหน้าขึ้นมาหน่อย แล้วหน้าจะออกวอกหน่อยๆค่ะ ต้องระวัง

สุดท้าย Benefit นี่เป็นตัวยอดฮิตนะคะ ไม่เลวเลย ว่าจะไปซื้อมาเพิ่มค่ะ …

วิธีใช้นะคะ

ไพรเมอร์ Primer นี่ คือตัวแรกหลังจากลงมอยซ์เจอร์ หรือ กันแดด จบแล้วก่อนเริ่มการแต่งหน้าใดใดทั้งปวงเช่น เริ่มรองพื้น หรือเริ่ม concealer นั้น ได้โปรดลงไพรเมอร์ก่อนนะคะ

ในส่วนของราคา ก็ตามแบรนด์ค่ะ

Nars 1350 Bare Mineral สิบกว่าปีก่อน 26 ดอลล่าร์ Benefit หลอดทดลอง 400 แล้วก็ canmake สามร้อยกว่าบาทที่ไทยนะคะ

หลี

Fino Premium Touch Hair Mask : Shisedo (English/Thai)

Fino Premium Touch Hair Mask : Shisedo 

img56e4c35489223_l

จุดเด่น / Outstanding Point

ให้ความนุ่มลื่น บำรุงเส้นผม เหมาะมากสำหรับผมที่โดนดัดแปลงไม่ว่าทำสีหรือดัด เพราะเจาะจงให้กับคนผมเสียโดยเฉพาะ

Hair Slipping, Deeply Moisture and Stronger. It is suitable for damaged hair after perming or coloring.

รายละเอียด / Details 

หลียังจำครั้งแรกที่เห็นไอ้กล่องๆนี้ได้เลยที่โตเกียว วันนั้นหลีเห็นผู้หญิงสวยๆคนหนึ่งเดินเข้าไปในร้านขายยาของญี่ปุ่น แล้วหยิบไอ้ตัวนี้สองกระป๋อง เราก็ เฮ้ย ..มันหยิบอะไรวะ ..อยากรู้หง่ะ เดินไปดู ก็ไม่หยิบ ก็ไม่เข้าใจ เราก็อะนะ ทำโพยมา ไอ้โพยนี่ไม่ได้แนะนำให้ซื้อตัวนี้ กระเป๋าก็แพ๊คเตรียมกลับแล้ว ก็เลยไม่ได้ซื้อกัน ..จบข่าว งง ตัวเองว่าทำไมโง่ไม่ซื้อน้าาา

หลังจากนั้นหลีแวะอีกทีหนึ่ง ไปโตเกียวเนี่ยแหละ ก็หยิบเลยค่ะ ไม่ให้พลาดกันอีกครั้ง แต่ก็โง่อีกที่หยิบแค่หนึ่ง เพื่อนๆก็หยิบกันคนละหนึ่ง แล้วก็ซื้อมาก็ไม่ลองที่โน่น กลับเอามาลองที่เมืองไทย แหม ถ้าลองที่โน่น ก็จะซื้อมากกว่าหนึ่งจากที่โน่นเลย เพราะมันไม่มาเมืองไทยค่ะ แต่ยังดีค่ะ หลังจากนั้นเพื่อนซื้อมาฝาก เลยได้มีสต๊อคเก็บไว้

หลังจากที่ได้ลองครั้งแรก หลีชอบมันมากเลย หลีไม่รู้หรอกนะว่ามันเป็นมาส์กผมที่ใช้แทนคอนดิชั่นเนอร์ได้เลย โดยที่เราไม่ต้องใช้คอนดิชั่นเนอร์เลยด้วยซ้ำ แล้วไม่ต้องมาส์กทิ้งไว้สามนาที ห้านาทีเหมือนแบรนด์อื่น คือ ลงมาส์กเสร็จ ก็ล้างออกระหว่างอาบน้ำได้เลยค่ะ สบายมาก หลังจากการใช้ บอกได้เลยว่า ผมนุ่มลื่นสลวยมาก ชอบที่สุด ชอบจนต้องใช้อย่างทะนุถนอมเพราะมีน้อย กลิ่นของครีมก็เป็นกลิ่นอ่อนๆค่ะ ไม่แรงไม่ฉุน กำลังดีเลย ตัวเนื้อครีมออกไปทางเจลแข็งๆนิดนึงนะคะ อาจจะต้องขยี่เล็กๆ ไม่มากอะไร

หลังจากที่ใช้ไปได้สักเดือน ซึ่งหลีจะใช้ประมาณ อาทิตย์ละสองครั้ง แล้วเอาไปใช้ตอนไปโรงยิม บางทีหลีจะมาส์กแล้วเข้าห้องซาวน่าด้วยค่ะ หลีรู้สึกเลยว่า ผมหลีดูแข็งแรงขึ้น ผมหลีนี่ทั้งดัด ทั้งทำสีผมนะคะ ดัดแบบดิจิตอลซึ่งต้องการการดูแลบำรุงหนักกว่าดัดผมแบบเก่าด้วยนะคะ ซึ่งผมดัดของหลีนี่รอยดัดก็ดูจะยืดช้าลง แล้วสีผมก็แน่วแน่มาก ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงอะไร เรียกว่า ไอ้ตัวนี้มีส่วนช่วยให้ผมหลียอดเยี่ยมกระเทียมดองเลยละค่ะ

อันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่หลีแนะนำจริงๆค่ะ ให้ซื้อไว้เลยเวลาไปญี่ปุ่น หยิบสักกระปุกสองกระปุกก็ยังดี แต่บอกเลย ไม่พอค่ะ ก็อะนะ ใช้อย่างประหยัดกันไปค่ะ

เอาไป 9 เต็ม 10 เลยค่ะ

I remembered once I was in Tokyo, I saw a beautiful lady walking into the big drug store in front of  me, she picked up 2 Fino Premium Touch Hair Mask : Shisedo in her hand. I was quite interested in what she took. At that time, i just wondered what this product was, however, i didn’t take it home. I felt sorry for what the stupid I was.

Then, I had a chance to visit Tokyo again, i would not waste my time again. I take one, so do my friends. What the stupid thought at that time again was I didn’t test how good this Fino Premium Touch Hair Mask in Tokyo was since I could take more than one box to use it

So I tested this Mask in Bangkok. When I knew how utilization to my hair was , i had it only one box. I needed it more. A year after, my best friend bought it to me one more. And I had one more chance to visit Fukuoka, I bought 2 more. Ha Ha Ha

The first time I applied this mask, I didn’t know it didn’t need to take time to leave such creamy cream to my hair. It can use as a conditioner without using conditioner at all. The smell of this mask is so good, not too strong, lightly good smell. the cream is a bit liked gel. After rinsing the hair, my hair feel deeply moistured, I feel good with my hair after using this Fino Mask.

After using it for a month, I applied in twice a week, sometimes I applied it in the sauna room in my Fitness Gym,  I felt that my hair looked strength. The curl from perming is still curling. Since my perming was a digital perming which is needed significant taking care of. The color of my hair is not easily fading. ( I did both perming and coloring my hair)

Therefore, I really recommend this product to you. If you have a chance to visit Japan, I recommend you to buy it 2 boxes, if it is enough to you.

The score I give to this Mask is 9 from 10.

วิธีใช้  / How to use

Use after shampooing. Apply a few amount into your wet hair during bathing. Then, rinse well. No need to take time to wait for it leave into your hair. just apply and rinse.

ใช้หลังจากสระผมค่ะ ลงครีมมาส์กไม่ต้องเยอะค่ะ แล้วก็ล้างออก โดยไม่ต้องรอให้เสียเวลาเลย ใช้ระหว่างอาบน้ำได้เลยค่ะ สบายๆ

สารผสมที่โดดเด่น / Ingredients

screen-shot-2560-02-12-at-10-37-08-pm

the price of this mask is below 1000 Yen ราคาที่โน่นจะต่ำพันเยนนะคะ แต่ไม่แน่ใจว่าขึ้นราคาหรือยัง

Hot Cleansing Gel : maNara จากญี่ปุ่น

Hot Cleansing Gel : maNara  จากญี่ปุ่น

16730298_1822182571402471_2383610579839793386_n

จุดเด่น

ล้างหน้าได้สะอาดแล้วยังให้ความชุ่มชื่นกับผิวหลังการล้างหน้าทันที

รายละเอียด

ไปเดิน Masumoto Kiyoshi ที่สาขามาบุญครองชั้นสองมาค่ะ เดินอยู่นานเลยค่ะ ต้องค่อยๆพิจารณาเป็นชิ้นๆ บางตัวเราก็ได้ยินคำโฆษณา บางตัวเราก็เห็นรีวิว บางตัวเราเห็นจากญี่ปุ่น … ส่วนตัวนี้ maNara Hot Cleansing Gel เป็นเจลล้างหน้าที่วางขายโดดเด่นเลยค่ะ แต่ราคาแพงพอควรเลย1580 บาทแหนะ จะหยิบก็ลังเล จะจับก็ดูจะแพงจัง ราคาไปสายแบรนด์เค้าน์เตอร์เลยทีเดียว เรียกว่า แพงเลยล่ะ

แต่ก็หยิบ .. อยากลอง BA คนขายเชียร์ด้วยบอกว่าล้างสะอาดจริงๆพี่ ชุ่มชื่นด้วย เราก็อะนะ ใจอ่อน อยากลอง .. มัตสึคิโยะมีแต่ของไม่แพง นานๆซื้อของแพงสักทีก็ดีเหมือนกัน แถมตัวนี้ได้รางวัลมาจากหลายสถาบันไม่ว่าจาก Cosme อันดับ 1 ของญี่ปุ่น หรือ รางวัล Gold Award จาก World Selection

เมื่อซื้อมาแล้ว ก็กลับมาบ้าน หลีก็ลองเลยค่ะ ไอ้ที่แต่งหน้ามา ก็จะได้รู้ว่าล้างกันประมาณนี้สะอาดไหม

หลีก็แต่งหน้าเต็มที่ แต่ไม่ได้จัดมาก ก็ลง eyeshadow eyeliner สีดำ เต็มที่ ไม่ได้ลงมาสคาร่าอะไร ลิปสติกสีน้ำตาลเข้ม ..ลงรองพื้น Kate ในระดับแค่ 1 layer ไม่ได้หนาสองสามชั้นผิว ใต้รองพื้นก็มีแค่ Nars primer  เหนือรองพื้นก็มีแค่ brush on ทั่วๆไป … ดังภาพด้านล่าง แหนะ ปิดตาให้ดูระดับความเข้มของ eyeshadow กับ เส้น eyeliner ว่าเป็นอย่างบางค่ะ

16729337_1821770231443705_9198590157555215826_n

ยามลงเจลที่ฝ่ามือ ยังไม่รู้สึกอะไร แต่ก็เอามาดมกลิ่น กลิ่นเป็นกลิ่นแบบส้มๆเลยค่ะ ใครชอบกลิ่นสะอาดส้มๆคงจะชอบเลย แต่หลีไม่ค่อยชอบค่ะ หลีเป็นคนชอบกลิ่นดอกไม้มากกว่ากลิ่นผลไม้ ฮ่าๆๆๆ นี่ได้สบู่กลิ่นสัปปะรดของเพื่อนมา ด้วยความรักเพื่อนเลยลองเลย ทุกครั้งที่ใช้สบู่สัปปะรด แหมม อยากจะกินตัวเอง ฮ่าๆๆๆๆ

16730174_1822182608069134_4655373520749995972_n

เมื่อยามโปะเจลลงไปที่หน้าแล้วค่อยๆถู … โอ้ย ความร้อนพุ่งขึ้นสูงจนตกใจเลยค่ะ สมกับที่เป็นเจลร้อน ฮ่าๆๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะร้อนได้ขนาดนี้ แล้วความร้อนที่ก็จะไปทำให้รูขุมขนเปิดกว้างขึ้น เพราะนี่คือคุณสมบัติเด่นของเจลล้างหน้าตัวนี้ค่ะ คือ ทำความสะอาดได้ลึกถึงชั้นในของรูขุมขน ความร้อนจากเจลก็เป็นตัวเปิดรูขุนขนที่ดีตัวหนึ่งเลย นวดๆไปให้ทั่วหน้านะคะ

ผลที่ได้รับคือ มันล้างคราบ eyeshadow ได้หมดค่ะ แต่มันล้างคราบ eyeliner ไม่ได้หมด เมื่อยามล้างหน้าเสร็จ หลีมาเช็คด้วย eye makeup remover แล้วผลที่ได้รับ ยังมีคราบ eyeliner อยู่นิดหน่อย ….ซึ่งหลายๆคนอาจจะบอกว่าตัวนี้ควรหลีกเลี่ยงการล้างไปที่ดวงตา แต่หลีก็จะลองค่ะ ซึ่งเมื่อลองแล้วก็ได้ผลลัพธ์ดังรูปด้านล่าง แต่ด้วยเรื่องของสัมผัส บอกได้เลยว่า ไมไ่ด้ทำให้ระคายเคืองผิวตาที่อ่อนโยนอะไร เรียกได้ว่าปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่เขาว่าหลีกเลี่ยงก็หลีกเลี่ยงหน่อยก็ได้ค่ะ แหม … ดวงตาเป็นหน้าต่างของทุกอย่างของชีวิต เราก็ต้องถนอมไว้ก่อน

16602885_1822182601402468_5555943911814050549_n

แต่อยากบอกว่า ..เมื่อหลีไปศึกษาเพิ่มเติมของ Hot Cleansing Gel : maNara แล้ว .. เขาบอกว่า มันไม่ได้แค่เอาไว้ล้างเครื่องสำอางออก มันยังเป็นตัวช่วยกระชับรูขุมขน เป็น Booster เป็นเซรั่ม เป็นตัวขัดหน้าแบบอ่อนๆ เป็นตัวให้ความร้อนเหมือนเราไปอบซาวน่า …

ถ้าเฉพาะการล้างหน้า มันก็ให้เราหลีกเลี่ยงส่วนของตา ซึ่งสำหรับหลี มันยากไปหน่อยนะคะ เอาเป็นว่า ตัวนี้ ส่วนของการล้างเครื่องสำอาง หลีให้ผ่านแค่ 6 จาก 10

ส่วนของการกระชับรูขุมขน หลีบอกได้เลยว่า มันไม่ได้กระชับ มันเปิดรูขุมขน แล้วตอนรุ่งเช้า หลีก็ feeling แบบ เฮ้ย รูขุมขนของเรากว้างจัง รู้สึกใจเสียเล็กน้อย คือมันอาจจะไม่ได้กว้างกว่าเดิม แต่ใจมันไป .. อันนี้ถือเป็นการให้คะแนนด้านใจเสีย … สำหรับหลีในจุดนี้เอาไปแค่ 3 จาก 10

แต่ในส่วนของหลังการล้างหน้าแล้ว เจลตัวนี้ทำให้หน้านุ่มมากๆๆๆๆๆๆ นุ่มที่สุด นุ่มจนตื่นเต้ลไปกับความนุ่มอ่อนโยนของใบหน้าเลยก็ว่าได้ค่ะ เรียกว่า เอาไป 9 ใน 10 เลยทีเดียว ใบหน้าไม่ได้ให้ความแห้งตึงหลังการล้างหน้าเลยสักนิดเดียว คือให้ความสุขกับผิว

แต่ในส่วนของการให้ความร้อน …อาจจะตกใจสักนิดหน่อย หลีลองหลายครั้งก็ยังตกใจอยู่ เป็นสาวแก่ขวัญอ่อนค่ะ ..ใช้ทีไร ตกใจทุกที กลุ้มใจตัวเองมาก เอาเป็นว่าความตกใจนี้ เอาไป 7 ใน 10 ในส่วนของการให้ความร้อนรุ่มกับผิวหน้าเพื่อการ warmup ใบหน้าค่ะ

ลองใช้ตัวนี้อาจจะชอบที่ได้รับความอ่อนนุ่มให้กับผิว กับได้รับความสนุกสนานตื่นเต้ลกับความร้อนบนผิวหน้าที่เหมือนกันซาวน่าใบหน้าตัวเองเลยนะคะ

วิธีใช้

ข้อแรกและสำคัญมากคือ หน้าต้องแห้งค่ะ เจลตัวนี้จะไม่ work เลย ถ้าหน้าเปียกอยู่ อย่าเพิ่งล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าก่อนลงตัวนี้ แต่ให้หน้าแห้งไว้ก่อน

ใส่เจลที่ฝ่ามือ จะวอร์มความร้อนจากมือก่อนก็ได้นะคะ แล้วค่อยนำไปลงที่หน้าแล้วนวดสัก 15-30 วินาที ค่อยๆนวดไปให้ทั่ว หรือจะนวดนานกว่านั้นก็ได้ค่ะ แล้วค่อยล้างด้วยน้ำสะอาดออกไป

หลีกเลี่ยงบริเวณตานะคะ

ข้อควรระวัง คนที่ต่อขนตาถาวร (ชั่วคราว) อาจจะมีปัญหากับเจลตัวนี้นะคะ ด้วยความที่เป็น Oil Based Cleanser ตัวน้ำมันอาจจะไปทำให้ขนตาชั่วคราวนั้นเลื่อนไปได้ค่ะ

สารผสมที่โดดเด่น

ตัวนี้จะมีส่วนผสมหลักของพืชพรรณ สามชนิดด้วยกันคือ Golden Root Extract Multi Flora and Fruit Extract และ Artichoke Leaf Extract ที่เน้นการกระชับรูขุมขน ตัวเจลจะไปไล่น้ำมันส่วนเกิดบนใบหน้าออกโดยไม่ทำลายผิวหน้า แต่ความอ่อนนุ่มที่ได้รับจะมาจาก Vitamin C Derivative, Hyaluronic acid, Hydroquinone derivative, Astaxanthin, Squalene, collagen-supporting ingredients และอื่นๆอีก

ตัวนี้ไม่มีสารทำลายผิว เช่นพวก น้ำหอม หรือ ethanol นะคะ มีใส่สีอะไรที่ทำลายผิว มันดีมากก็ตรงนี้ล่ะค่ะ

หาซื้อได้ที่ไหน … ร้านญี่ปุ่น มัตสึคิโยะเลยค่ะ ไม่แน่ใจว่าจะมีทุกสาขาไหม แต่สาขาใหญ่อย่างมาบุญครองนี่มีแน่นอนค่ะ

รวบรวมผลิตภัณฑ์ความงามยอดฮิตจาก Cosme ญี่ปุ่น ปี 2016 ที่น่าไป “ขน” เอ้ย “เหมา” ค่ะ

เวป cosme ของญี่ปุ่น ได้สรุปผลิตภัณฑ์ที่ขายดีของเวปประจำปี 2016 มาแล้วนะคะ ซึ่งทางเวปจะประกาศทุกปีในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการโหวตและรีวิวสูงสุดรวมทั้งการได้รางวัลต่างๆที่มากกว่า 60 รางวัลหรือที่ติด Hall of Fame หลีเองก็จะมาบอกให้แต่ละกลุ่มสาย แต่หลีคงบอกไม่หมดทุกกลุ่ม เอาแต่กลุ่มหลักๆ ที่เรามักจะซื้อหา หรือ เรียกเบาๆ ว่า “ขน” หรือ “เหมา” เมื่อเราไปญี่ปุ่นกันนะคะ …เวลามันอยู่ที่ญี่ปุ่น อะไรอะไร ก็ถูกไปหมด “เหมา” สิคะ พี่น้อง  แต่เนื่องจากไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น เลยแปลไม่ออก จึงแนะนำให้พี่ๆน้องๆ เอารูปไปให้พนักงานดูเลยนะคะ ว่า มันอยู่ไหน ให้เขาหยิบให้ ..เราทำประจำ ฮ่าๆๆๆๆๆ

เริ่มจากกลุ่มแรกก่อนเลยนะคะ

Best Cleansing  ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางที่เปลือกตา ตัวแรกที่ได้รับการโหวคเลยค่ะ Attenir

รีวิวที่ได้รับมาคือ เป็น ตัวล้างเครื่องสำอางที่ทำให้ผิวดูสว่างขึ้นไม่หมอง แล้วกลิ่นหอมดี ได้รับการโหวตรีวิวที่สูงมาก แล้วมีการซื้อสูง กลิ่นจะไปทางกลิ่นcitrus ค่ะ ที่จะให้ความรู้สึกของการปกป้องผิว ยิ่งใช้ยิ่งทำให้ใบหน้าสว่างขึ้น  ราคา 1700 เยนค่ะ 175 ml

ตัวที่สองที่ได้รับการโหวต คือ Bifesta ตัวนี้หลีรีวิวไว้แล้วค่ะทีนี่เลย

https://siswalksistalk.wordpress.com/2017/02/06/eye-makeup-remover-bifesta-ยอดฮิตอันดับสองของญ/  ราคาอยู่ที่ 850 เยน 145 ml

ตัวที่สามที่ได้รับการโหวต คือ Shu Uemura : Utime8 ราคา 4200 เยน 150ml

Facial Wash  ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าค่ะ ตัวแรกที่ได้รับโหวต เป็นตัวหนังสือญี่ปุ่นล้วนๆ คือ カウブランド 無添加うるおい洗顔  หรือ Cow brand non-additive face care series Cow brand additive-free moisturizing facial cleansing ตัวนี้ เขาบอกว่า คนมีสิวน่าใช้คะ มีคนลองแล้วสิวลดลงแล้วเล็กลงด้วย มันจะทำให้หน้าสะอาดแล้วให้ความชุ่มชื้นที่ไม่เกินไป เหมาะกับคนหน้า sensitive มากๆ ที่สำคัญเป็นตัวที่ราคาไม่แพงมาก แล้วไม่แรงค่ะ ให้ความอ่อนโยนอยู่ ราคาจิ๋วๆมากเลย 550 เยน 110 กรัมค่ะ

ตัวที่สอง คือ  d Program conditioning wash ราคาอยู่ที่ 2500 เยน ที่ 150 g ค่ะ ส่วนตัวที่สามที่ได้รับการโหวตคือ Bifesta Bubble Wash Facial Bright Up    ตัวนี้ 650 เยน ที่ 180 g ค่ะ

Essence ให้อาหารกับผิวค่ะ ตัวยอดฮิต กี่ปีกี่ปีก็ยังยอดฮิต ด้วยสารอาหารจากข้าวที่เรียกว่า Pitara และอาหารเสริมให้กับเซลผิวมากมาย ทำให้ตัวนี้ก็ยังเป็นตัวที่เด่นที่สุดและยอดฮิตสำหรับทุกคนมามากกว่าสิบปีแล้วนะคะ ราคาดังนี้เลยค่ะ 75ml・8,500円 / 160ml・17,000円 / 230ml・22,000円

ตัวที่ได้ที่สองคือ 無印良品 化粧水・敏感肌用・高保湿タイプ เรียกว่า Mujirushi Ryohin เป็นโลชั่นมอยส์เจอร์สำหรับผิวที่ sensitive  นะคะ ราคาอยู่ที่ 200ml・666円 / 400ml・1,142円

ตัวที่สามคือ  Decorte Liposome Treatment Liquid  ราคา 100ml・6,000円 / 170ml・10,000円

Milky Lotion

ตัวที่ได้รับการโหวตเป็นอันดับหนึ่งของปี 2016 คือ ミノン アミノモイスト モイストチャージ ミルク หรือเรียกว่า Minon Amino Moist Mist Charge Milk  ข้อดีของ milk lotionคือ มันไม่หนักเท่าครีม แล้วมันก็ไม่เบาไปแบบเจล ความหนักของครีมที่เต็มแน่นทำให้สิวเกิดได้ ยิ่งสิวอุดตันยิ่งน่าห่วง ในขณะเดียวกัน ความเบาไปของเจลก็ทำให้หน้าแห้ง น่าเสียดาย lotion มักไม่ค่อยฮิตในไทย ทั้งๆที่สาวไทยส่วนใหญ่หน้ามีน้ำมันมาก แล้วก็ผิวผสมมากแต่ก็ไปเลือกซื้อครีมจนมีปัญหา หลีแนะนำเลยค่ะ ถ้าหน้ามัน ลองลดมอยส์เจอร์ของตัวเองจากครีมมาเป็นโลชั่น แล้วตัวนี้ ก็เป็นตัวแนะนำของญี่ปุ่นประจำปี 2016 ด้วย

อีกตัวที่ได้ที่สองคือ EXAGE White Pure White Milk II ราคา 110g・3,000円 / 200g・5,000円

ตัวที่ได้ที่สามคือ แบรนด์เดียวกับตัวบนแต่เป็น EXAGE Avtivation Moisture Milk III ราคา 110g・3,000円 / 200g・5,000円

Moisture Cream ตัวที่ได้รับการโหวตสูงสุดคือ Nivea Soft ค่ะ ซึ่งตัวนี้ หลีก็ขำอยู่เพราะหลีใช้อยู่แล้วมาพักใหญ่ ได้มาจากสวิตเซอร์แลนด์ค่ะ เป็นตัวยอดฮิตของเขาเหมือนกัน .. ก็แปลว่า มันคงดีจริง แล้วหลีใช้เอง หลีบอกได้เลยว่า ความที่ซื้อที่สวิตฯ มันเป็นกระปุกใหญ่ หลีก็ดันเอามาทาตัวไม่ได้ทาหน้า ทั้งๆที่มันทาหน้าได้ แต่ก็ไม่ทา ก็มันใหญ่แล้วมันก็ถูกมาก มันใช้ได้ทั้งหน้าและตัว ตัวนี้แนะนำค่ะ แต่มัน rich มากนะคะ ต้องระวังหน่อยสำหรับคนหน้ามัน

อีกตัวที่ได้อันดับสองคือ Elixir Enriched Cream by Shisedo ค่ะ 45g・8,000円

แต่อีกตัวที่ได้ที่สามนี่เป็นเนื้อเจล หลีใช้อยู่อาทิตย์ละสามวันเลยคือ Elixir Superiele Sleeping Gel Pack W ตัวนี้ดังตั้งแต่ปีก่อนแล้วค่ะ ออกมาตอน กรกฏาคม แล้วหลีก็ไปจัดเลย ราคา 105g・2,800円 ตัวนี้หลีรีวิวแล้วนะคะ อยู่ที่นี่เลยค่ะ

https://siswalksistalk.wordpress.com/2017/02/02/elixir-superieur-sleeping-gel-pack-w-shisedo/

ครีมกันแดดค่ะ

ครีมกันแดดนี่เป็นอะไรที่หลีกราบทุกคนนะคะ อย่าได้ขาด อย่าได้ไม่ทา ..อยู่ในบ้านทุกวันก็ต้องทานะคะ เพราะไอ้แดดเนี่ยแหละที่เป็นตัวทำเราแก่ แก่ แก่ ริ้วรอย ริ้วรอย และ ริ้วรอย … เคยเห็นคนแก่หรือชาวนาตามต่างจังหวัดไหมคะ บางคนหลีจะบอกว่า อายุเท่าเรา เท่าหลีเลย แต่หน้าไปก่อนแล้ว กว่าหลีจะมีโอกาสได้แนะนำเขา มันก็ยากเกินแกง หลีเคยบอกนักการเมืองแล้ว อยากซื้อเสียง ให้แจกครีมกันแดดให้สาวชาวไร่ชาวนาซะ ฮ่าๆๆ (อันนี้มุกค่ะ แต่เรื่องแดดกับริ้วรอยความแก่นี่เรื่องจริงนะคะ)

ตัวแรกที่ได้รับการโหวตมาเลยคือ Biore’ UV AQUA Rich Watery Essence SPF 50+ ตัวนี้มีคนรีวิวคนนึงบอกว่า ไปอาบแดดที่ฮาวาย (แหมม หมั่นไส้นะคะ ต้องอาบแดดที่ฮาวายด้วยนะ แต่แดดมันแรงจริงๆค่ะ) เขาบอกว่าทาตัวนี้ทุกๆ สามชั่วโมง ผิวไม่มีไหม้เลยค่ะ … อือม .ปกติ เขาให้อยู่ไม่เกินชั่วโมงนะคะ เวลาอาบแดด แฮ่..

ตัวที่สอง นี่เป็นตัวที่คนไทยฮิตอยู่แล้ว ไปญี่ปุ่นก็ไปเหมาเขามาซะหมด .. หลีเองยังหาซื้อไม่ได้เลย เขาบอกว่า ไทยจีนมาเหมาหมด โอ้ย …ดีนะ มัตสึคิโยะ มีแล้ว ไม่ง้อญี่ปุ่น คือตัวนี้เลยค่ะ ANESSA Perfect UV Sunscreen Aqua Booster SPF 50+ เช่นกัน ราคา 60ml・3,000円 / 25ml・1,500円

ตัวสุดท้ายคือ  Cosme Decorte : Sun Shelter AG SPF 50+ เช่นกันค่ะ ราคาอยู่ที่ 35g・3,000円

EYE Cream ค่ะ หรือ EYE Serum

B.A. eye cream ตัวแรกที่ได้รับการเลือกเยอะที่สุดค่ะ เป็นตัวทีลดรอยดำใต้ตาแล้วเพิ่มความสว่างให้ด้วยค่ะ และจะลดริ้วรอยทั้งเปลือกตาและใต้ตาด้วยค่ะ … ราคาพอไปกันได้ 18g・20,000円 ค่ะ สองหมื่นเยน อ่านไม่ผิด แหะๆ

ตัวถัดมาคือ  Attenir Eye Extra Serum ค่ะ ได้รับเลือกเป็นอันดับสองราคาอยู่ที่ 15g・3,048円 แล้วตัวสุดท้ายคือ Astalift Eye Cream ค่ะ ราคาอยู่ที่ 15g・6,600円

กลุ่มแผ่นมาส์กหน้า Mask Sheet

ตัวแรกที่ได้รับการโหวตสูงสุดคือ ミノン アミノモイスト ぷるぷるしっとり肌マスク หรือ Minon

Amino Moist Purupuru moist skin mask เป็นแผ่นมาส์กที่ขนนุ่มฟู แล้วใส่เจลครีมไว้ชุ่มฉ่ำแต่ไม่เลอะออกมานอกแผ่น เขาให้ใช้ประมาณสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งค่ะ แล้วหน้าคุณจะไม่แห้งเลย ราคาอยู่ที่

ตัวที่สองคือ sabolino Different Sheet ตัวนี้มีสองราคา แบบ 32 ชีท 1300 เยน กับแบบ 5 ชีท ราคา 390เยน ตัวสุดท้ายคือ SK II มาส์กชีท ที่ 1แผ่นราคา 1700 แล้วมีแบบ 6 แผ่น ราคา 10000 บาทค่ะ

ผลิตภัณฑ์บำรุงขนตา Best Eyelash Serum

ตัวแรกที่ได้รับการโหวตเป็นของ Shisedo Professional Adennovital Eyelush Serum ราคาอยู่ที่ 2300 เยน ตัวที่สองคือ AQMW Eyelush revolution Cosme Decorte ในราคา 8000 เยน (แพงเหมือนกันเนอะ) ตัวสุดท้าย คือ DHC Extra Beauty Eyelash Tonic ในราคา 1715 เยนค่ะ

กลุ่มนี้คือ Best Skin Care Powder เป็นแป้งบำรุงนะคะ ตัวทีได้รับโหวตยอดฮิตคือ Maquillage Snow Beauty III ตัว Maquillage นี่ดังเรื่องแป้งนะคะ หลีเคยคุยกับ BA ชาวญี่ปุ่น ชีบอกเลยว่า Maquillage นี่ใช้ได้เกือบทุกตัวเลย แล้วตัวนี้ก็ได้รับโหวตด้วย มีอีกค่ะ แต่สำหรับตัวนี้จะเป็น Transparency นะคะ กลิ่นอาจจะแรงนิดหน่อยแต่ก็โอเคอยู่ไม่สาหัสมากถ้าเป็นคนชอบกลิ่นน้ำหอมอยู่บ้าง ราคาอยู่ที่ 6500 เยน แบรนด์นี้มีได้รางวัลอีกหลายตัวเลยในกลุ่มอื่น

ส่วนในกลุ่มนี้ที่ได้รับโหวตอันดับสอง คือ Pegion ค่ะราคาเบบี๊สมกับแบรนด์มาก 430 เยน  ส่วนตัวสุดท้ายคือ Shiseido White Lucent Brightening Skin Care Powder N ราคาอยู่ที่ 4800 เยน

แป้งผสมรองพื้น

ตัวที่ได้รับโหวตสูงสุดคือ Maquillage Dramatic Powdery UV แป้งแข็งที่พัฒนามาเรื่อยๆ หลีมีใช้อยู่ค่ะ แต่เป็นตัวรุ่นก่อนหน้า ซึ่งมันก็เก่าไปแล้ว ตัวโน้นดีมากค่ะ ปกปิดมิดไม่ทำให้หน้ามัน ออก Matt เลย ตัวนี้ราคาอยู่ที่ 4000 เยนค่ะ มีให้เลือก เจ็ดสี

ตัวที่สอง เป็น Lunasol Skin Modeling Powder Foundation ตัวนี้ราคาจะอยู่ที่ 5500 เยน

ตัวที่สามคือ Esplique Covering Skin Feeling Persistent Pact UV ในราคา 3800 เยน

Best Liquid Foundation รองพื้นแบบน้ำค่ะ

ตัวแรกนี่คือ  ADDICTION Skin Care Foundation ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเบา และ ความเป็นธรรมชาติเมื่อลงไปที่ผิวหน้า (แต่ช่วยเลือกเบอร์ให้ตรงกับหน้านะคะ บางทีเห็นเลือกสีผิด หลีก็มองบนด้วยความระอาเหมือนกันค่ะ) ราคาอยู่ที่ 30ml・4,500円

ตัวที่สอง Nars Velvet Matte Skin Tint SPF 30/PA ++++  ราคา 50ml・5,400円

ตัวที่สาม IPSA Liquid Foundation สมัยก่อนหลีเป็นแฟน IPSA เลยค่ะ แต่ก็อะนะ ไม่ใช่แฟนเหนียวแน่นพอที่จะให้เขาอยู่ต่อได้ วันนึงเขาก็หายไปจากตลาดทั้งๆที่เป็นแบรนด์ที่ดีแบรนด์นึงเลยทีเดียวค่ะ ตัวนี้ราคาอยู่ที่ 25ml・4,000円

Best Cushion Foundation

ตัวแรกที่ได้รับโหวตคือ Lancome Blanc Expert Cushing Compact 50 ขึ้นชื่อเรื่องความปกปิดที่มิดชิดทั้งๆที่เบาๆไม่หนักหน้า ซ่อนจุดด่างดำและริ้วรอยหมองคล้ำได้ดีค่ะ บอกได้เลยว่า ตัวนี้ดีสมราคาแน่นอนเลย เป็ฯตัวยอดฮิตตัวนึงเลยค่ะ ราคาที่ญี่ปุ่นนี่คือ 6,500円

ตัวอันดับสองคือYSL Beauty Cushion ราคาอยู่ที่ 14g・7,500円

ตัวที่สาม คือ Clinique Super City Block BB Cushion Compact 50 ในราคา 12g・5,500円

Best Cream Foundation

ตัวแรกที่ได้รับการโหวต คือ RMK Creamy Foundation N เป็นรองพื้นเนื้อครีมที่มีเนื้อสัมผัสที่นิ่มมาก เมื่อลงรองพื้นจะมีความมันวาวระยับให้กับผิวหน้าของเราค่ะ ถือว่าเป็นตัวที่ดีเลย แล้วมีสีให้เลือกเยอะมากเลย ราคาอยู่ที่ 30g・5,000円

ตัวที่สองที่ได้รับการโหวตก็คือ Ethovos Mineral Hightlight Cream エトヴォス

ミネラルハイライトクリーム ราคาอยู่ประมาณ 4g・3,500円

ตัวสุดท้ายคือ Albion Smart Skin Velilea アルビオン スマートスキン ベリーレア ราคาอยู่ประมาณ5000 เยน

กลุ่มถัดมา แป้งที่ยอดนิยมเลยค่ะ Best Powder

ตัวแรกที่ได้รับการโหวตสูงสุด คือ Cosme Decollete AQMW Face Powder มีช่างแต่งหน้าให้กับเจ้าสาวบอกกับเราว่า ตัวนี้แน่นเลยค่ะ โบ๊ะหน้าแล้วแน่นดีมาก อยู่เลยค่ะ แล้วทำให้ผิวนุ่มสัมผัสมาก มันง่ายต่อการใช้ ราคาอยู่ที่ 20g・5,000円

ตัวที่ยอดฮิตอันดับสองคือ  Can Make Marshmallow Finish Powder ตัวนี้น่าใช้มากค่ะราคาเป็นกันเอง แหะๆ แค่ 940 เยนเอง

ตัวสุดท้ายคือ … Cle de Peau Beaute Leo Sur Declara ตัวนี้ราคาแพงหน่อย 8000 เยน

Best Concealer

จะบอกเลยว่า สิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับคนใต้ตาตาคล้ำ คือ คอนเซลเลอร์นี่แหละค่ะ หลีต้องใข้ทุกวัน ยิ่งแก่ยิ่งต้องใช้มัน แต่สิ่งที่ดีคือ คอนเซลเลอร์สมัยนี้ มันเบาบาง พอทาแล้วสวยไม่ลงร่องลึกใต้ตา ไม่ติดกันเป็นก้อนๆเหมือนสมัยเราสาวๆค่ะ เป็นอะไรที่ดีมาก แล้วตัวที่ได้รับโหวตยอดเยี่ยมประจำปี2016 คือ Nars Radiant Creamy Concealer ราคา 3400 เยน

ตัวที่สองคือ Suhada Kinenbi Fake Nude Concealer ราคา 15g・1,200円

ตัวสุดท้ายคือ CHANEL concealer ไม่ต้องพูดถึงคุณสมบัติอันล้ำค่าเลยค่ะ ราคามันบอกอยู่ ฮ่าๆๆๆๆ ล่อไป 5200 เยน    แหนะ อิอิ

Best BB Cream

Dior เลยค่ะ BB ของDior มันดังไปทุกประเทศแล้ว แหมม แม้แต่ญี่ปุ่นก็ยังหนีไม่พ้นความฮิตเลย  เขาว่าเป็น BB ที่ปกปิดดีที่สุดในตลาดเลยค่ะ มันให้ความกระจ่างสว่างกับใบหน้า มันให้ความเป็นธรรมาชาติ กับ ราคา 30ml・5,800円 ค่ะ ฮ่าๆๆๆ แพงเนอะ แต่ดีจริงๆค่ะ

ตัวที่สอง Esprique Eclat BB Liquid UV จากเครือ Kose ค่ะ ราคาจะโอเคหน่อยค่ะ อยู่ที่ 30g・3,000円

ตัวที่สามคือ TWANY BB ตัวนี้ราคาอยู่ที่ 30g・4,000円 ไม่ค่อยถูกเลยนะคะ

Best CC Cream

ตัวแรกที่ยอดฮิตเลย คือ SK II Auractivator CC Cream เป็นตัวที่มีกันแดดถึง SPF 50 PA ++++ ที่ถือว่าเยอะในตัว CC เลยทีเดียวค่ะ มันจะให้ความสว่าง กระจ่างขึ้น ราคาก็กระจ่างนะคะ ฮ่าๆๆๆๆ 30g・8,500円 ค่ะ

ตัวที่สอง คือ Sekkisei White CC Cream จากเครือ Kose ราคา 30g・2,600円

ตัวที่สามคือ JillStuart Airy Tint Watery CC Cream ตัวนี่น่าใช้มากๆๆๆๆๆ หลีว่าจะไปซื้อละค่ะเนี่ย ไม่รอด หลีไม่รอดแน่ๆๆๆ ราคาที่ญี่ปุ่น 34g・3,200円 แต่ยังไม่ทราบราคาไทยนะคะ ไว้ไปได้มาแล้วจะมาอัพเดทให้นะคะ แต่ตัวนี้ หลีอยากมากๆๆๆๆ

Best Eye Shadow

ตัวฮิตที่ได้รับการโหวตสูงสุดของปี 2016 คือ อายแชโดว์ของ Addiction เป็นตัวที่เพิ่งจะออกใหม่มาเลยค่ะ มีหลากหลายสีมากตั้งแต่ Matte ถึง  Silky ราคาอยู่ที่ 2000 เยน

ตัวที่ได้รับโหวดตัวที่สองคือ Excel Skinny Shadow ราคาจะอยู่ที่ 1500 เยน

ตัวที่สามคือエスプリーク セレクト アイカラー นี่ สีสรรจะไปทาง สว่างๆหวานๆๆ ค่ะ ราคาประมาณ 800 เยน สีสวยมากค่ะ ราคาก็สวยด้วยนะ

Best Eye Liner

แน่นอน ตัวดัง ตัวฮิต ก็ยังคงเป็นตัวเดิมดังไปทั่วโลกแล้ว Heroine Make Up Smooth Liquid Eyeliner Super Keep อยู่ทนอยู่ยั้งยืนยง อะไรก็เอาออกไปไม่ได้ แม้กระทั่วน้ำตาเรา ราคาก็สวยค่ะ แค่ พันเยน ที่เมืองไทยก็สามร้อยกว่าบาทหาซื้อได้ที่มัตสึคิโยะค่ะ

ตัวที่สองที๋ฮิต ก็ D.UP Silky Liquid Eyeliner ราคาจะขึ้นมาหน่อยที่ 1300เยน

ตัวสุดท้ายคือ Kate Double Eyelid Remake liner ค่ะ ราคาอยู่ที่ 1000 เยนเช่นกันค่ะ

Best EyeBrow

ตัวยอดฮิตตัวแรกเลย ก็คือ IPSA หลีบอกแล้ว แบรนด์นี้ดีนะคะ ยังเป็นอะไรที่เป็นที่นิยมหลายตัวในญี่ปุ่นเลย เสียดายทำตลาดที่เมืองไทยไม่รอด หายไปจากตลาดเสียแล้ว คิดถึงมากเลยค่ะ IPSA Eyebrow Creative Palette ตัวนี้สวยนะคะ หลากหลายสีดีค่ะ ราคาอยู่ที่ 4200 เยน

ตัวที่สองคือ Kate Eyeblow Color ราคากำลังงาม 850 เยน

ตัวสุดท้ายคือ Ettusais Natural Powder Brow Liner Formulated Forming Design Color ดีใจที่แบรนด์นี้โผล่มาบ้าง ไม่ค่อยได้เห็นเลยนะคะ ราคา 1200 เยน

Best Mascara

ตัวยอดฮิตก็คือตัวดั้งเดิมที่ดังมานานมากตั้งแต่หลียังสาวๆ ก็ยังฮิตมาตลอด แสดงว่าพัฒนาการของแบรนด์ตัวนี้ยังงดงามเช่นเดิม Majolica Majorca Lash Expander … ราคาอยู่ที่ 1200เยน ตัวนี้กันน้ำ ด้วยนะคะ แต่ส่วนใหญ่มาสคาร่ากันน้ำอยู่แล้ว อิอิ

ตัวทีสอง คือ HR Lash Queen Fatal blacks WP ราคาอยู่ที่ 4800เห็นราคาแล้วก็สะอึกนิดหน่อยนะคะ แหะๆ แพงหง่ะ หลีว่าเราไปซื้อตัวบนที่ได้ที่หนึ่งดีกว่าค่ะ

อีกตัวหนักกว่าอีก Diorshow Designer ราคาอยู่ที่ 4200เยน

Best Mascara Base Top Coat

ตัวท๊อปเลยนี่ก็ คือ Kate Lush Maximizer eyelash plus เป็น base mascara ตัวแปรงสีดำที่เนื้อครีมสีขาว เพิ่มเนื้อขนตาให้มากขึ้น แล้วทำให้มาสคาร่าติดทนนานขึ้น เพิ่มความงอนโค้งให้กับขนตา ในราคา 1200 เยน

ตัวที่สองคือ Ettusiais Lash Version Up formulated (glossy curl base Fragrance free) ราคาพันเยนค่ะ

ตัวที่สามคือ Diorshow Maximizer 3D ตัวนี้จะเป็น mascara base ในตอนกลางวันแล้วยังเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ในตอนกลางคืนด้วยนะคะ

Best Lipstick

ตัวดังค่ะ ดังไปทั่วโลกเลย YSL ลิปสติกที่เรียกได้ว่าขาดตลาดเลย เนื้อนุ่มเนียนสัมผัสงดงามมากค่ะ สีสวยติดทนนาน ราคาก็จะสูงหน่อยค่ะ  4100 เยน

ตัวอันดับสองที่ได้รับการโหวตคือ AQMW ราคา 3500 เยน

ตัวอันดับสาม Maquillage Dramatic Rouge กับราคา3000 เยนค่ะ

Best Lip Gloss

ตัวที่ได้รับการโหวตอันดับหนึ่งเลยคือ นี่เลยค่ะ RMK Lip Jelly Gloss สีสวย 11 สี งามที่ให้ three-dimensional lips กับเนื้อเจลแน่นๆ สีจะออก sheer หน่อยนะคะ ราคาจะอยู่ที่ 2200 เยน

ตัวทีสองนี่คือ Dior Addict Gloss ราคา 3400 เยน

ตัวสุดท้ายก็คือ YSL gloss กับราคา  3800 เยน

Best Brush Cheek

ตัวยอดฮิตที่หลีไม่แปลกใจเลย หลีชอบ brush ของ MAC มาโดยตลอด หลากหลายสีสรร เนื้อสัมผัสได้ใจ แปรงสีลงแก้มแล้วติดทันที เห็นเลย ตัวนี้ได้รับการโหวตอันดับหนึ่ง คือ  MAC Mineralized Skin Finish กับราคา 4200 เยน

ตัวที่สองคือ NARs ที่ยอดฮิตมานานอยู่แล้วเช่นกัน กับราคา 3400 เยน

ตัวแพงอีกตัวค่ะ ยังไงก็ยอดฮิต กับ CHANEL ในราคา 5500 เยน

ขอแถมอันสุดท้ายที่หลีมักจะชอบซื้อคือ Best Body Scrub

ตัวยอดฮิต คือ Sabon Body Scrub ซึ่งมีส่วนผสมกับ Dead Sea Salt กับส่วนผสมของ Almonds Jojoba และอื่นๆที่มาจากธรรมชาติเป็นหลัก จะให้ความรู้สึกผ่อนคลายกับผิวตัว กับราคา 600g・5,093円 / 320g・3,148円

ตัวที่สองคือ Oh! Baby House of Rose อันนี้จะมีกลิ่นหอม La Rose ส่วนผสมสำคัญคือ Rose extract ที่จะมาบำรุงผิว ราคาจะอยู่ที่ 350g・1,500円

ตัวสุดท้ายนะคะ คือ Sabon Body Scrub Musk ที่มีส่วนผสมของ Dead Sea Salt ราคา600g・5,093円 / 320g・3,148円