Review อันจะกินวิลล่า วันละโต๊ะ เชียงใหม่

อันจะกินวิลล่า 

คนมาเชียงใหม่หลายคน หรือแม้กระทั่งคนในเชียงใหม่เอง คงไม่รู้สินะ ว่าเชียงใหม่ มีอะไรดีดีซ่อนอยู่แล้วนา…..

ถ้าใครเคยเป็นแฟน ร้านอันจะกิน สีลมซอยสาม

ถ้าใครเคยจำพี่ก้อย คนน่ารักของพวกเราได้ คนที่เหน็ดเหนื่อยแต่ยิ้มแล้ว เสียงอ่อนหวานเสมอๆเวลาที่เราเข้าไปที่ร้าน

คุณจะตามหาเธอได้ที่นี่แหละค่ะ แหล่งที่หลบมุมของเธอ

ร้านอันจะกินวิลล่า …บ้านของเธอเอง บ้านที่อบอุ่น สวยสง่า มีที่ปลูกสมุนไพรผักเล็กๆด้วย ครัวใหญ่ๆที่น่าไปนั่งคุยจุกคุยจิกกะพี่เขา …

หลีติดต่อกับพี่เขามาตลอดเวลา นับเป็นเกือบสองปีได้แล้วที่พี่ก้อย เจ้าสำนักอันจะกินวิลล่า นี้ย้ายไปอยู่เชียงใหม่ แต่หลีก็ไม่มีเวลาที่จะได้ไปที่นี่เลยค่ะ  โทรไปบอกพี่เขาล่วงหน้าเกือบสองเดือน … ว่าจะไป บอกวันเสร็จสรรพ … พอใกล้ๆ ก็ต้องรีบบอกจำนวนคนค่ะ ว่า กี่คนยังไง เพราะที่ร้านนี้ รับคนไม่ต่ำกว่า 4 และไม่เกิน 10

(นั่งเขียนไป คิดการใหญ่เลยนะ !!!! นี่จินตนาการว่า จะขอไปแต่งงานที่อันจะกินวิลล่าเลยนะ …ว่าแต่ … อือม ..หาเจ้าบ่าวก่อน)

เขียนไปก็ได้อารมณ์ไป

พอใกล้ๆ เกิดอยากจะเปลี่ยนวัน …โทรหาพี่ก้อย ..คำตอบคือ ไม่ได้หง่ะหลี ร้านพี่เต็มไปถึงโน่นเลย เดือนกุมภาพันธุ์ ..พี่คะ นี่มันมกราคม …พี่คะ หนูจองตั้งแต่ธันวาคม …พี่จะเต็มอะไรแบบนี้

คือ ..คือ ..พี่ทำแค่วันละโต๊ะ 

ผ่าง !!!….. ความรู้สึกพิเศษสุดๆเข้ามาในใจ …อือม เริ่มคัดคนเลย …ใครได้ไป ก็ต้องเป็นคนพิเศษสำหรับเราเลยนะ เราถึงจะพาไปที่ร้านพิเศษที่มีแค่โต๊ะเดียวต่อวันได้เนี่ย …

เอาวะ …. คิดถึงพี่ก้อยใจจะขาด ไม่ได้เจอกันสองปีแหนะ ..อยากไปกอด หลีก็หิ้วไวน์อร่อยราคาถูกจาก กทม ไปสามขวด … กะว่าจะกินวันละขวด

พี่ก้อยส่งเมนูมา ว่า วันนี้เราจะกินอะไรบ้าง  กรีดร้องสิคะ พี่ขา  วันนี้เราเรียกโต๊ะฝรั่งค่ะ เมนูดังนี้เลย

  • ซุปฟักทอง
  • สลัดอกเป็ดรมควัน
  • ปลากระพงซิซิเลี่ยน
  • พอร์คชอบซอสพริกไทยอ่อน
  • พาสต้ากุ้งลายเสือ
  • คาราเมลคัสตาร์ด
  • ชาลิ้นจี่ร้อนๆ

หลีก็อยู่ไกลค่ะ ตอนบ่าย โน่นแหนะ อยู่เชียงดาว ก็ทำไรได้ บึ่งรถมาสิคะ บึ่งตรงมาตามMap นี่เลยค่ะ

https://www.facebook.com/pages/อันจะกินวิลล่า/1743853689185838

มาถึงก็ได้เจออาหารจานเด็ดๆ บทสนทนากับเพื่อนๆ มิตรสหายที่ถูกใจ เราคุยกันทุกเรื่องความเป็นไป การทำร้าน เชฟพี่ก้อยก็เดินมาอธิบายอาหารทีละจาน ที่ใจดีคือ บอกวิธีทำด้วยว่า ทำอย่างไร อาหารเครื่องปรุงซื้อที่ไหน ปลูกตรงไหน หาวัตถุดิบดีดีที่ไหนในเชียงใหม่ … เราคุยกันทุกเรื่อง หนัง การเมือง การเมืองเมกัน เพลง ชีวิต เม้าท์มอย …

อะไรจะมีความสุขเท่า อาหารอร่อยๆ จากพี่ที่แสนจะน่ารัก และมิตรสหายรอบกายที่ถูกใจ …หมดสิคะ ไวน์สามขวด ..อุตส่าห์ค่อยๆหยิบออกมาทีละขวด ..ไม่เหลือเลย

จะเหลือหรอคะ เมาสิคะ พี่น้อง ….

Advertisements

Review โรงแรม Craft Nimman เชียงใหม่

Review  โรงแรม Craft Nimman เชียงใหม่

จองโรงแรมนี้เมื่อสองเดือนก่อนค่ะ เป็นโรงแรมเปิดใหม่กลางนิมมาน เชียงใหม่เลยค่ะ … ถือว่า เป็นโรงแรมน้องใหม่ที่ราคาไม่แพงมาก หลีจองในราคา 2500 บาท ช่วงตรุษจีน .. ของปีนี้ 2017 นี่แหละค่ะ ก็ได้ ราคาที่โอเคเลย

ขับรถเช่ามาจากสนามบินเชียงใหม่ วิ่งมาตามคูเมืองเข้ามาทางโรงพยาบาลแล้วเลี้ยวขวาเข้านิมมาน มาถึงซอยนิมมาน 9  ก็โอเค หน้าโรงแรมมีที่จอดแค่ 2 ที่ น้อยไปหน่อย แต่ตรงข้ามกันเป็นที่จอดเอกชนที่เราไปจอดได้ ค่าจอด 50 บาท แล้วเราเอาใบจอดรถมาเบิกเงินคืนที่โรงแรมได้เลยค่ะ

ทางเข้าแคบๆเล็กๆเหมือนจะเป็นตึกๆเดียว ใจเสียนิดหน่อย …เรามานอนโรงแรมตึกแถวหรอ ไม่นะ …ไม่นะ … แต่ด้านหน้าสวยเกร๋ น่ารักมาก ..ปลอบใจตัวเองว่า ไม่หรอก ไม่ใช่หรอก …

พนักงานน่ารักมากค่ะ หลีไปถึงโรงแรมสาย ก็โทรมาตาม คงเป็นห่วงเรา หลีจองผ่าน Booking.comค่ะ ถ้ามาถึงวันนี้ ก็จะหักค่าห้องไปแล้วหนึ่งคืน หลีจองไว้ สามคืนค่ะ … การตกแต่งโรงแรมเป็นอะไรที่ถูกใจมาก แล้วคำแรกที่หลีถามพนักงานคือ มีลิฟท์ไหม ..มีค่ะ …ฮ๋าๆๆๆๆๆ ก็พอเดินไปข้างใน ก็เป็นตึก 4 ชั้น แต่ละชั้นก็จะมีห้องประมาณ 7 ห้องได้ค่ะ หลีได้ชั้นบนสุด ชั้นสี่เลย  พนักงานไปส่งถึงห้องเลย ก็ดีค่ะ ให้ทิปกันไป แล้วก็สอนเราเปิดปิดโน่นนี่ …

ห้องไม่ใหญ่มาก พอโอเคสำหรับสองคน หลีไปคนเดียว เหงาๆ หงอยๆ แต่ก็สั่งไว้ว่าขอเตียงใหญ่ เพราะเป็นคนกลัวการที่เตียงอีกเตียงว่างค่ะ … กลัวไม่ใช่คนมานอนด้วย

การตกแต่งน่ารักมากมาย ในห้องชอบทุกอย่าง พนักงานแจ้งว่า ขนมในห้องกินได้หมดฟรี แล้วก็มีเติมทุกวัน หลีก็ไม่ได้กินเยอะหรอกค่ะ นิดๆหน่อยๆ ทุกอย่างกำลังใหม่ แอร์ก็เย็น ตู้เย็น เราก็ได้น้ำเย็น ผ้าอะไรใหม่หมดเลย สบายใจค่ะ ตู้เสื้อผ้าเป็นแบบกรง เห็นผ้าด้วย ชอบค่ะ เกร๋ไก๋เป็นที่สุด

ห้องน้ำอาจจะเล็กไปหน่อยสำหรับคนเร่ิมตัวใหญ่อย่างหลี แต่ก็ยัง fit in อยู่ค่ะ อิอิ …. มีไดร์เป่าผมอย่างแรงให้ด้วย กรีดร้อง …ที่ต้องเอาไปสำหรับตัวเองคงมีแค่ เครื่องสำอาง เสื้อผ้า conditionor สำหรับตอนสระผม … อย่างอื่นมีหมด แต่ไม่มีตู้เซฟนะคะ …

สำหรับโรงแรมนี้ ไม่มีอาหารให้ แต่จะมี นม โยเกริต์ กาแฟ แซนวิช ผลไม้ น้ำผลไม้ให้ทุกเช้า ฟรีเลยค่ะ บริเวณรับประทานอาหารเล็กไปหน่อย วันสุดท้าย คนเต็ม ก็ได้แต่หิ้วขึ้นห้องนอนมากินเหงาๆเศร้าๆค่ะ

โรงแรมนี้มีครบสำหรับความสวยงาม สมบูรณ์ ไม่หนวกหู เหมาะกับคนเสพความงามบรรยากาศเกือบหรูหราในราคาไม่แพงมาก โรงแรมเล็กๆที่ไม่พลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยว จะมีแต่คนเก๋ๆมาพักกัน …

เอาไปสี่ดาวเต็มๆเลยค่ะ …

 

Facial Treatment Essence : SK-II

celebrities-sk-ii-brand-ambassadors

Facial Treatment Essence : SK-II

จุดเด่น ความผ่องใสที่เห็นได้ชัดเมื่อแรกใช้ ความนุ่มให้กับผิวหน้า มอบน้ำให้กับผิว

รายละเอียด ….

บอกตรงๆ ว่า ซื้อตัวนี้ตามแรงเชียร์รอบด้าน ไม่ได้คิดอะไร เห็นเขาว่าดี ก็โอเค ดีไปด้วย ไหนไหน มาลองหน่อยสิ ว่าจะดีจริงไหม แอบไปได้ขวดทดลองมาก็รู้สึกว่า มันโอเคดี ก็เลยไปซื้อขวดใหญ่มาเลยค่ะ ก็มีความรู้สึกว่ามันแพงไปหน่อยไหม มันจะคุ้มไหมนะ ..

แรกใช้ ไม่รู้หรอกค่ะ ว่ามันดีไหม ก็ใช้ๆไป จนกระทั่งโดนทักจากคนที่ไม่ได้เจอกันมาสักพักใหญ่ๆว่า เฮ้ย ทำไม หน้าผ่องพรรณขึ้น ไอ้เราก็นึกว่าเห็นหน้าเราเป็นฝายแม่ผ่องพรรณ (ตลกไหม) เราก็เอ๊ะใจ เฮ้ย คือ เราดูหน้าเราทุกวัน เราไม่รู้หรอกว่า มันดีขึ้นไหม แต่มีคนทัก ก็เลยเริ่มไปถามว่า หน้าเราเป็นไง ทุกคนก็บอกว่า หน้าหลีดูสดใสขึ้น ไอ้คำว่าสดใสขึ้นคือ ดูขาวผ่องเป็นประกายขึ้นมา

เลยจัดกันมาตลอดหลายขวด จนทุกวันนี้ก็สี่ห้าขวดไปแล้ว จนเบื่อ บอกจริงๆเลยค่ะว่า เบื่อ ตอนนี้เปลี่ยนไปลองตัวอื่นบ้างอะไรบ้าง แต่ก็อดไม่ได้หรอก …ท้ายสุด ในแต่ละอาทิตย์ ก็ต้องมีแอบเอาเจ้า ตัวนี้ Facial Treatment Essence : SK-II กลับมาใส่หน้าเราอยู่ดี …ตัดใจกันไม่ลง ทิ้งกันไม่ลง

แน่นอน … เจ้าตัวนี้จะยังอยู่บนโต๊ะเครื่องสำอางของหลีไปอีกนานแสนนอน

วิธีใช้ 

BA สอนมาค่ะ ให้หยดเจ้า Essense ตัวนี้ประมาณ เหรียญสิบบาทลงบนสำลีแล้วเช็ดบนหน้าเรา แต่อิฉัน … ฮ่าๆๆๆ อิฉัน ด้วยความงก ไม่อยากให้essense แพงๆหายไปกับสำลี เลยเอามาเทลงหน้าเยอะหน่อย แล้วโป๊ะลงไปที่หน้า ตบๆๆๆๆๆๆๆๆ ไปให้ทั่ว …หน้าเย็นๆ สบายๆๆๆ มีความสุขค่ะ ตบทุกวัน เช้าเย็นก่อนลง serum ต่างๆ

ส่วนผสมที่โดดเด่น 

Pitera ที่เป็นส่วนผสมที่สำคัญไปแล้ว อุดมไปด้วย วิตามิน amino acids แร่ธาติต่างๆและ organic acids รวมทั้ง Galactomyces Ferment Filtrate (Pitera), Butylene Glycol, Pentylene Glycol, Water, Sodium Benzoate, Methylparaben, Sorbic Acid.

unknown

Hydra Life Serum Sorbet Hydratation Jeunsse : Dior

Hydra Life Serum Sorbet Hydratation Jeunsse : Dior

_10724234

จุดเด่น ให้ความชุ่มชื้น คืนน้ำให้ผิว

รายละเอียด

เรื่องของเรื่องคือ กำลังจะไปสวิตเซอร์แลนด์ ก็เดินเล่นใน King Power ที่สุวรรณภูมิ ก็นึกได้ว่า มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เราพกไปด้วยไม่พอแน่ๆ เพราะที่สวิตเซอร์แลนด์ ก็น่าจะยังหนาวอยู่ หน้าเราแห้งแน่ๆๆๆๆ ทีโซนก็จะไม่รอดไปด้วย แล้วหนังที่จมูกก็จะลอกและแดง แล้วแย่ไปเลย ก็เลยวิ่งไปดูที่ เค้าน์เตอร์ดิออร์ ไปถามว่า พอจะมีเจลครีมอะไรที่แจ๋วๆ ให้น้ำเยอะๆ น้องBA เลยบอกว่า ใช้เซรั่มตัวนี้เลยดีกว่าพี่ .. รอดแน่นอน …หลีก็เป็นคนเชื่อคนง่ายอะนะ ..ก็ซื้อเลยค่ะ บอกตรงๆ จำราคาไม่ได้หรอก ก็หลักพันสองพันนี่แหละค่ะ

พอไปถึงสวิตเซอร์แลนด์ วันแรกก็รู้เลยว่า หน้าตึง แห้งผาก … ก็เลยรีบแกะกล่อง ล้างหน้าแล้วก็ลงตัวนี้ก่อนเลย แล้วค่อยตามด้วย มอยส์เจอร์ที่เราพกไปด้วยตามลงมา …ได้ผลค่ะ หน้าหายตึง แล้วระยะเวลาที่อยู่ที่โน่น เราก็สบายๆ ชิลๆ ไปกับผิวนุ่นๆน้ำเต็มๆผิวแบบไม่ต้องกังวลอะไรอีก ก็ลงเซรั่มทั้งเช้าและเย็น

แต่พอกลับมาเมืองไทย ด้วยความงก …หลีก็ใช้แค่ตอนก่อนนอนนะคะ เพราะกลางวัน เราหน้าค่อนข้างมันง่าย ก็จะไม่ลงอะไรมาก ยังมีตัวอื่นให้ลงอีกเยอะ บางทีก็ลืม ไม่ลง แต่เมื่อไรที่ประมาทกับชีวิต หน้าใกล้แห้ง เริ่มตึงๆ เราก็ …ลงตัวนี้เลยค่ะ .. สบายๆๆๆๆๆๆ

วิธีการใช้

ล้างหน้าให้สะอาด แล้วลงตัวนี้ก่อน มอยส์เจอร์ไรเซอร์ตัวประจำนะคะ .. อยากได้หน้าคืนสภาพเร็วๆ ตัวนี้ได้ผลค่ะ

ส่วนผสมที่โดดเด่น 

บอกตรงๆ จะไม่ชอบตัวนี้หน่อยก็ตรงที่มีส่วนผสมของแอลกะฮอลล์ค่ะ เราเลยไม่ได้ใช้บ่อยเท่าที่ควร เลยให้ไปแค่ สี่ดาวพอค่ะ

Moisture Surge™ Extended Thirst Relief : CLINIQUE

จุดเด่น เนื้อเจลครีม เบาและซึมซับเร็ว เจลเติมน้ำให้ผิวที่ชัดเจนมากที่สุด

รายละเอียด  

หลีใช้มากระปุกที่ 3 ที่กำลังจะหมดแล้วค่ะ คงต้องเริ่มอีกกระปุกหนึ่งแน่นอน หลีอาจจะไม่ได้ใข้ตัวนี้ทุกวัน ตลอดเวลา หลีก็ใช้ครีมตัวอื่นช่วยบ้าง แต่ครีมเจลนี่เหมาะกับคนหน้ามัน หรือมีน้ำมันที่ใบหน้าเกินเลยออกมาบ้างตลอดเวลาหรือบางเวลา หลีมีปัญหาบ้างในแง่ที่ผิวหน้าดิ้นตามอากาศ บางครั้งก็อยู่ห้องแอร์มาก บางครั้งก็อยู่ริมถนนมาก ความต้องการอาหารผิวของผิวหน้าก็จะแปรผันไปเสมอๆ

แล้วตัวนี้มาในตอนที่หน้าหลีมันไปหน่อย ทีโซนยังเยิ้มอยู่บ้าง ตัวนี้มาช่วยได้ดีเลยค่ะ ด้วยเนื้อครีมเจลที่ซึมซับได้เร็ว แล้วเนื้อครีมเบามาก เบาจนกังวลในตอนแรกว่าจะให้น้ำกับผิวของเราได้เพียงพอไหม แต่ในที่สุดก็พอมากค่ะ ใช้ในกระปุกแรกนี่รู้เลยว่า มันน่าจะเป็นครีมที่ป๊อบปูล่าตัวหนึ่งของคลีนิคเลย ซึ่งสองสามปีที่ผ่านมา มันก็พิสูจน์แล้วว่า มันเป็นจริงค่ะ

แต่ยอมรับว่า ในหน้าหนาว หรือเมื่อเราไปที่ประเทศหนาวๆ ครีมเท่านี้ไม่พอนะคะ ต้องหาอะไรมาเพิ่มในช่วงกลางคืนค่ะ …

วิธีใช้

ถ้าผิวเราปกติ หรือมันนิดหน่อย ก็เช้าเย็น เป็นมอยซ์เจอร์ที่ดีเลยค่ะ

ใช้ได้ทุกวัน

หรือจะใข้ระหว่างวันเพื่อเป็น Boostup ก็ได้

หรือจะใช้เป็น mask  ก็ได้เช่นกันค่ะ เวลาใช้เป็นมาส์ก ก็ใช้เยอะๆ ทิ้งไว้สักห้าถึงสิบนาที ให้ครีมเจลชุ่มๆหนาๆเลยนะคะ แล้วเช็คออกด้วยสำลีเบาๆค่ะ

ส่วนผสมที่โดดเด่น 

จุดเด่นจริงเลยก็คือ น้ำค่ะ เป็น Oil Free Cream Gel ที่ให้น้ำสำหรับผิวที่หน้าแห้งขาดน้ำมากๆ …กระซิกๆๆๆๆๆ ข้อดีก็คือ กรดไฮยาลูโรนิค ที่จะสร้างผิวของเราให้กักเก็บน้ำในผิวไม่ให้ออกไปง่ายๆค่ะ ผ่านการทดสอบการแพ้ และปราศจากน้ำหอม 100% นะคะ ที่รัก

Belle De Jour Dream Night Mask : Kenzoki

Belle De Jour Dream Night Mask : Kenzoki

p404472-av-01-hero

จุดเด่น : ซึมซับ ผิวแน่นตึง ผ่องพรรณสดใสขึ้น เนื้อสัมผัสที่น่าสนใจ

รายละเอียด

เป็น Mask หน้าของ Kenzoki ที่หลีซื้อมาใช้ด้วยราคา 3200 บาทจาก Sephora shop ที่เซ็นทรัลเวิลส์ เมื่อหลายเดือนก่อนแล้ว BA บอกว่า นี่เป็นสินค้าที่เห็นลูกค้ากลับมาซื้อรอบสองมากที่สุดตัวหนึ่งของร้านเลยทีเดียว หลีก็เลยตัดสินใจซื้อมาลองเลย ใช้ในคืนแรก ตกใจกับเนื้อสัมผัสที่เหมือนมันบด มันดูไม่น่าจะซึมซับลงไปในเซลผิวหน้าของเราได้เลย ดังนั้น จึงล้างหน้าแล้วทา Belle De Jour Dream Night Mask เจ้าตัวนี้ลงไป ทาตอนแรกก็รู้สึกว่า เอ..มันจะซึมลงหายไปไหม ซึ่งมันก็หายไปค่ะ ซึมลงไปที่ผิวหน้าของเราอย่างทะนุถนอมอย่างดีเลย ซึ่งถือว่า ประทับใจในผิวสัมผัสยามที่ลงไปที่ใบหน้าของเราแล้ว แล้วหลีก็นอนไปกับมัน ตื่นเช้า แรกลืมตา ก็รีบแตะหน้าตัวเองว่าเป็นอย่างไรบ้าง หลีเอานิ้วจิ้มๆๆๆไปที่หน้าค่ะ  ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ หน้าเด้งดึ๋งๆๆๆๆ ชอบมาก

ยังไม่ได้ซึอตัวอื่นมาใช้เลย บอกตรงๆ ยังว่าจะซื้อกระปุกสองมาใช้ต่อเลย แต่ก็ยังไม่หมดสักที

kenzoki

วิธีการใช้

วิธีการใช้ มีสองแบบเลยค่ะ

แบบแรกคือ ล้างหน้าให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑืของเรานี่แหละ แล้วหลีก็ลง Belle De Jour Dream Night Mask ลงไปเลยค่ะ แล้วก็นอนไปกับมัน

แบบที่สองคือ การมาส์กหน้าแบบโบราณ คือ ทา Belle De Jour Dream Night Mask ไปหนาๆแล้วทิ้งไว้สัก 15 นาที แล้วเอาสำลีเช็คออกบางๆ แล้วทาโลชั่นหรือครีมก่อนนอนของตัวเองตามปกติไปค่ะ

ส่วนผสมที่โดดเด่น

ทาง Kenzo บอกว่า เขาใช้ ดอกบัวขาวค่ะ White Lotus Alchemy ซึ่งช่วยในการสร้างคอลลาเจนธรรมชาติในผิวของเรา และส่งเสริมว่าผ่องใสของใบหน้า