Category Archives: Hotel

รีวิว Homestay หรู Jaritt Nymmanh จริตนิมมาน Chiang Mai

จริตนิมมาน Jaritt Nymmanh

หลีมาเชียงใหม่บ่อยค่ะ แล้วก็จะพักโรงแรมไม่ซ้ำ ถือโอกาสได้รีวิวได้ด้วย ..​ ก็จะจองที่ booking.com จนได้เป็น genius traveller ของเขา ก็จะได้ส่วนลดเพิ่มอีกเล็กน้อย ชอบค่ะ ส่วนลดร้อยสองร้อย ขอให้ได้ เห็นป้าย sale เป็นไม่ได้วิ่งเข้าใส่เสมอ …​

อันนี้ เปิดเวปของบุ๊คกิ้งอยู่ดีดี homestay นี้ก็โผล่มาด้วย เรตติ้ง 9.3 ซึ่งตกใจมากว่า ทำไมเรตติ้งสูงขนาดนี้ แล้วฉันไม่เคยเห็นแบรนด์นี้ในตลาด .. ก็เพิ่งมารู้ตอนคุยกับน้องที่บริการว่า เพิ่งปรับจากร้านชา มาเป็น โฮมสเตย์ได้ สามเดือนเอง

ร้านเดิมคือร้านชาค่ะ จะเห็นได้จากที่ว่า ยังมีขายกาแฟเป็นร้านกาแฟด้านหน้าอยู่บ้าง แต่ด้านหลังจะกลายเป็นที่พักแค่ 4 ห้องนอนเท่านั้น บรรยากาศหรูหราดีงาม ของเก่าของเกร๋ๆเพียบ ชาหอม กาแฟอร่อย ที่จอดรถมีแค่ได้สองสามคันด้านหน้า แล้วก็หาจอดริมถนนเอง ตกแต่งสวยงามเหมาะมากกับการมาเซลฟี่ แต่หลีเป็นคนโบราณหน่อยก็เลยเซลฟี่น้อย ถ่ายรูปสวยๆมาให้ดูดีกว่าว่ามุมไหนสวยบ้าง

ยังมีต่อด้านล่างนะคะ

 

ความที่มาจองโดยเห็นเรตติ้งรีวิว ดูรูปในเวปแล้วสวย ..​แต่ก็รู้ว่าที่เลือกเพราะชอบพื้น พื้นสีสรรสวยงามเป็นอิฐลายดอกมากมายตกแต่งเก๋มาก เห็นเครื่อง ameniities เป็น HARNN ก็สงสัยว่า หูย ใช้ของดีประมาณนี้เลยหรอ ก็เลยถามน้องบริการว่า ทำไมใช้ของหรูจัง เลยได้ทราบว่าร้านชาก่อนเก่าคือ Tearoom by Harnn แล้วนี่ก็ยังคงเป็นของ HARNN ที่เกร๋ไกร๋มากๆ…

ที่นี่มีแค่ 4 ห้องนอน แล้วหลีเป็นคนโชคดี ที่ได้ห้องเดียวที่มีอ่างอาบน้ำ ซึ่งความที่มาแบบปัจจุบันทันด่วนมาาก แล้วรีบกลับ เลยไม่ได้ใช้งานเลย แต่ก็สัญญาว่ารอบหน้าจะมาแล้วใช้บริการ ทุกอย่างยังใหม่ เพราะเพิ่งเปิดตัว เตียงนอนสูงระวังตกนะคะ เด็กเล็กที่นอนดิ้นน่าจะอันตรายอยู่ หมอนเพียบ ห้องสะอาด แอร์เก่าแต่ยังใช้งานดีไม่มีเสียงดังหนวกหู ยกเว้นคนห้องข้างบนเดินแรง ทำของตก ก็จะทำให้เราได้ยินเสียง …​น้ำท่าแรงดีค่ะ … มาเต็มสระผมสบายมาก ..​หลับไม่ตื่นง่ายๆเหมือนกัน อยากใช้เวลาในห้องให้นานกว่านี้

เอาเป็นว่าทุกอย่างเลอค่า ไม่ว่าจะความโอ่อ่า หรูหราสไตล์บูติกเก๋ๆที่unique มากๆ มีไม่กี่ห้อง เงียบสงบเป็นส่วนตัว เป็นกันเอง เป็นความ private ที่เก๋ไก๋ … ห้องน่ารัก สบายๆ มีทุกอย่างครบครัน มาพักแล้วอวดโอ้อลังการความมีรสนิยมได้ไม่อายใคร สมกับความเป็นจริตนิมมานโดยแท้ แต่….

ก็มีข้อเสีย….

 

เรื่องของอาหาร ไม่มีบริการอาหารเช้าที่ดีงามหรูหราฟู่ฟ่า มีเพียง ชากาแฟนมน้ำส้ม ขนมปัง ขนมอื่นๆเล็กๆน้อย ผลไม้ กล้วย ส้ม .. ไม่ได้มากมายอะไร อันนี้ก็ติงเขาไปว่า เธอคงเพิ่มราคามากกว่านี้ไม่ได้ ถ้าอาหารยังแค่นี้ … ซึ่งถ้าห้องแพงกว่านี้ เราคงไม่กล้ามาพักอีก กับอาหารเช้าแค่นี้ ..​มันด้อยไปนิดนึงค่ะ

ค่าห้องราคาจริงนี่ประมาณ 3800 นะคะ แต่ด้วยได้ส่วนลดจากเวปบุ๊คกิ้ง (ไม่ค่อยอยากโฆษณาให้เท่าไรเพราะไม่ได้รายได้จากเขา) ก็จะเหลือแค่ 3393 บาท .. ก็ยอมค่ะ แต่ถ้าแพงกว่านี้ก็จะไม่จ่าย แหะๆ

เรียนเชิญแล้วแต่จะพิจารณานะคะ

Advertisements

รีวิว ห้องพัก Hong Kong Disneyland Hotel

สวัสดีค่ะ

พอดีเพิ่งกลับมาจากฮ่องกงได้สักพัก งวดนี้พากันไปทั้งครอบครัว ความที่หลีหลาน 3 คน เลยอยากจะพาหลานไปพักไปนอนที่ดิสนีย์แลนด์ให้ได้เจอมิกกี้เม้าท์ มินนี่เม้าท์เหล่านี้ … เราก็เลยชวนกันไปนอนที่โรงแรมในดิสนีย์เลยละกัน ซึ่งจะทำให้เราเที่ยวไปกลับได้ง่ายๆในบริเวณใกล้ๆ ไม่ต้องนั่งรถไฟเข้าเมืองออกเมืองซึ่งใช้เวลานานถึง 40 นาที แต่เมื่ออยู่ในบริเวณนี้ จะมีบัสรับส่งหมุนรอบดิสนีย์แลนด์กับส่วนโรงแรมทุกสิบห้านาที สบายๆเลยค่ะ

โรงแรมของดิสนีย์จะมีด้วยกัน 3 โรงแรมแยกพื้นที่กัน แต่ใกล้ๆกันเลยนะคะ คือส่วนของ Disney Explorers Lodge , Disney’s Hollywood Hotel, และ ส่วนที่หลีไปพักเองคือ Hong Kong Disneyland Hotel ดูตามลิงค์ได้เลยค่ะ https://www.hongkongdisneyland.com/hotels/

ส่วนที่หลีไปพักคือ Hong Kong Disneyland Hotel นั้นจะเป็นส่วนที่มีการจัดสรรสวยงามในสไตล์เจ้าหญิง ค่ะ แล้วพาหลานชายไป ปรากฏว่าคนที่กรี๊ดคือคุณแม่ดิฉันเอง … เธอชอบมาก ทางเข้าที่หรูหรา โคมไฟสวยหรู เปียโน โซฟาสไตล์หลุยส์ ทุกอย่างกลมกลืนพร้อมต้อนรับเจ้าหญิงจริงๆเลย

เราพักในห้องพักที่เป็นแบบสี่คนค่ะ เพราะนอนด้วยกันหมด ค่าห้องพักตกประมาณ ห้าพันกว่าดอลลาร์ฮ่องกงต่อหนึ่งคืน ห้องพักดีงาม สะอาด

 

อุปกรณ์ประกอบการใช้สอยครบครันค่ะไม่ว่าจะกาแฟ ชา เครื่องใช้ในห้องน้ำ ไดร์เป่าผม ตู้เซฟ amenities ทุกอย่าง รวมทั้งความสะอาดเอาไปเลยสิบเต็ม

 

 

ในห้องจะมีของให้นำกลับบ้านได้ คือกล่องที่ใส่แปรงสีฟันยาสีฟันซึ่งเป็นกล่องเหล็กตัวการ์ตูนดิสนีย์น่ารักมาๆ เห็นว่าของชำร่วยนี่ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆนะคะ

อาหารเช้า Breakfast นั้นต้องซื้อแยกค่ะ ตกประมาณ หกร้อยกว่าดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งมันจะพิเศษคือ จะมีเหล่าตัวการ์ตูนในตำนานดิสนีย์มาทักทายถ่ายรุปกับคุณ ซึ่งเขายินดีที่จะมีพนักงานถือมือถือของคุณถ่ายรูปให้ค่ะ กดแบบมืออาชีพรัวๆเลย ส่วนตัวของห้องอาหารก็จะหรูหราเกร๋เหมือนโลกหรูหรายุคเก่าเลย อาหารก็มีหลายชาติค่ะ จีน มาเลย์ ญี่ปุ่น อเมริกัน ติ่มซำ บะหมี่ ผลไม้ ซุปหลากหลาย พร้อมให้การต้อนรับระดับ International มากๆ

 

ส่วนของพื้นที่ด้านนอก ก็น่าจะไปเดินเล่นถ่ายรูปค่ะ สวยๆทั้งนั้น สวนที่จัดไว้สวยงาม ดอกไม้ ตุ๊กตา อยากให้ลองแวะไปพักผ่อนที่นี่ดูค่ะ สักครั้งในชีวิต … ส่วนครอบครัวของน้องชายกับหลานอีกสองคนไปลองพักอีกที่ ในส่วนของ Disney Explorers Lodge ก็จะมีดารามิกกี้มาเหมือนกันค่ะ แต่ธีมจะเป็นแบบผจญภัยที่แตกต่างกันไปค่ะ …

สรุปว่า ป้าๆ ตื่นเต้นกว่าหลาน เพราะป้าๆโตมากับมิกกี้เม้าท์ สมัยก่อนตัวการ์ตูนมีน้อย ไม่เหมือนสมัยนี้ ที่หลานๆจะไปหาตัวการ์ตูนค่ายอื่น เลยไม่อินกับที่นี่เท่าป้าๆ ฮ่าๆๆๆๆ แต่ก็มีความสุขและคุ้มค่ากับการพักผ่อนมากค่ะ ได้fulfill ความอยากมีอยากได้สมัยที่เป็นเด็กให้เต็มอีกครั้งนึง มีความสุขมากค่ะ

 

รีวิว วังนกแก้ว เมืองกาญจนบุรี

เราชวนกันกับเพื่อน มอ ต้น อีก 5 คน ขับรถไปเมืองกาญจน์กันค่ะ … แต่ทีนี้ ห้องวีไอพีที่เราจะจอง มันเต็มในคืนแรก เราก็เลยจองห้อง standard ในคืนแรก แล้วคืนสองก็ค่อยย้ายมาห้องวีไอพี

แต่ขอรีวิวห้องวีไอพีก่อนนะคะ เพราะจะมีแต่คำชม 555555555555553

ห้องดีมาก แต่ งกโต๊ะไปหน่อย หาที่วางของยาก ต้องวางกับพื้นเป็นหลัก เราก็เข้าใจว่า แพ อะนะ ของเยอะไม่ได้ … มีเตียงกับโต๊ะเล็กๆที่หัวนอน ประตูท่างเข้าจะเข้าจากด้านหลัง ฝั่งแผ่นดิน แล้วเจอตู้เสื้อผ้าที่จะมีเสื้อคลุมไว้ให้ มีตู้เย็น มีกาต้มน้ำ และมีน้ำ ขนมไว้ให้เรียบร้อย ทานได้ทั้งหมด แล้วเดินเข้ามาด้านในจะเป็นห้องนอน และห้องน้ำ เตียงเป็นแบบควีนไซส์ ห้องน้ำแต่ละแพจะไม่เหมือนกัน บางแพ แยกห้องน้ำ กับห้องส้วม แต่ของเรารวมในประตูเดียว มีไดร์เป่าผมให้พร้อม … ผ้าขนหนูสีขาวงาม ห้องมีทีวีด้วย ดีใจมากที่มีทีวี แต่ก็ไม่ได้เปิดดู …

เดินออกมาระเบียง จะเป็นระเบียงแยก ที่บ้านอื่นจะเข้ามาไม่ได้ ผ่านมาไม่ได้ ก็จะแบ่งเป็นด้านบน มีเก้าอี้สองตัวให้นั่งพร้อมเบาะ แล้วลงไปในน้ำ ก็จะเป็นโซฟากลมใหญ่ไว้ให้นอนโยกไปโยกมาตามกระแสน้ำ โยกจนมึนหัวหน่อยเวลาเจตสกีผ่านหรือแพใหญ่ผ่านมา แต่ก็สบาย ดี

 

ส่วนของห้อง standard จะต้องลงจากแผ่นดินมายังแพ แล้วเดินมาด้านหน้าน้ำ เพื่อมาเข้าประตูของแต่ละห้องทางระเบียง มีประตูเดียวคือประตูกระจก คนเดินผ่านไปผ่านมา ก็จะเห็นพวกเรา ห้องพวกเรา ซึ่งจะอึดอัดหน่อยค่ะ แต่พอดีเราได้ห้องท้ายๆ เลยไม่ค่อยมีใครเดินมาเท่าไร ความเป็นส่วนตัวจะน้อย ห้องข้างๆเสียงดัง เราก็จะไม่ได้หลับไปด้วย .. จิตสาธารณะสำคัญมากว่า หลังสี่ทุ่มควรจะเงียบ แต่ก็อะนะ อดทน

ห้องพอใช้ได้ค่ะ ห้องน้ำ ห้องส้วมจะแยก มีเค้าน์เตอร์อ่างล้างหน้าตรงกลาง มีไดร์เป่าผมให้

เตียงควีนไซส์ ถ้าห้องใหญ่ แฟมิลี่จะได้เตียงใหญ่หนึ่ง เตียงเล็กหนึ่ง ห้องจะกว้างขึ้นอีก 50 ซมได้ มีระเบียงหน้าห้อง แล้วก็เปลยวน เดินผ่านทางเดินลงไปที่แพ ก็จะมีเก้าอี้นอนแบบไม้ให้ค่ะ

 

อาหารรวม … เป็นบุฟเฟต์ ให้มา เช้า กับเย็น คงรู้ว่า ตอนเย็นไปหารับทานยาก ดึกแล้ว ร้านแถวนั้นมีน้อย เพราะไกลตัวเมือง ร้านดีดีมีแต่ 2-3 ร้านเองค่ะ .. เลยเตรียมอาหารได้ พอรับทานได้ค่ะ มีเติมตลอด ไม่ได้พร่อง

พื้นที่ส่วนกลาง ไม่ได้ไปถ่ายสระว่ายน้ำ มีรถกอล์ฟรับส่ง โดยเฉพาะวีไอพี จะมีโทรศัพท์ที่ห้องนอน เพื่อให้เรียกรถกอล์ฟมารอไปส่งทุกที ทางเดินใช้ได้ เป็นทางลาด เหมาะกับรถเข็ม มีห้องเป็นตึกด้านบน ที่ไม่ต้องนอนแพด้วย มีกิจกรรม ล่องแพใหญ่ แล้วเขาจะให้ใส่ชูชีพไปล่องน้ำ แล้วเขาจะไปรอเก็บตกที่ปลายทาง ให้ลอยคอมาเรื่อยๆ ใช้เวลาชั่วโมงเศษๆ บรรยากาศดีงาม … ชอบเลย

ค่าเสียหาย ห้อง standard ก็ประมาณ 2600 บาท รวมอาหารสองมื้อ หนึ่งกิจกรรม

ห้องวีไอพี ก็ 4700 รวมอาหารสองมื้อ หนึ่งกิจกรรม

ห้องนอน นอนหลังละสองคน

มีที่นอนบนตึกด้วยนะคะ แต่ไม่ได้เลือก บรรยากาศแพมันแจ๋วกว่า แต่ตอนดึก น้ำเชี่ยวมาก นี่จะมีเสียงไม้ที่มากระทบแพ ดังมาก ปลุกให้เราตื่นได้ เสียงน้ำก็จะดังด้วย … ใครนอนยาก ก็อยู่ยากหน่อย แต่ถ้าไหวนี่ มีความสุขมากค่ะ ขอบอก ………… ชอบเลย

ปล เอามาร์กหน้าไปมาร์กเพื่อนๆ เพื่อนๆชอบมาก

รีวิว ร้านอาหารญี่ปุ่น Edo ในโรงแรมมิราเคิลแกรนด์ค่ะ

หลีต้องมาที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ปีละ สองครั้ง เนื่องด้วยบริษัทจัดงานสัมนาที่นี่เป็นประจำค่ะ (ไม่เคยได้สิทธิพิเศษอะไรจากที่นี่เลย บอกตรงๆ เป็นลูกค้ามาห้าปีอย่างซื่อสัตย์ …​ขอ บ่นหน่อย เซลไม่เก่งเลย หรือโรงแรม งก ก็ไม่รู้)​

Edo13

แล้วสัมนาเสร็จ ก็จะเป็นจังหวะมื้อเย็นพอดี ถ้าเราขี้เกียจขับรถตามๆกันไปที่ร้านอาหารอื่น เราก็จะลงมารับทานร้านอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟต์ที่โรงแรมนี้ละค่ะ จะเป็นบุฟเฟต์ อาหารกลางวัน และเย็น หลีก็รับทานมื้อเย็นตลอดมา รับทานมาตั้งแต่หัวละ หกร้อย จนตอนนี้ล่าสุดไปรับทานอาทิตย์ก่อน ก็ 790++  หน่อยแล้่วค่ะ ..  แต่เทียบแล้วอาหารตอนนี้ดีกว่าตอนหกร้อยนะคะ ในฐานะที่รับทานทุกปี อย่างน้อยปีละหนึ่งถึงสองครั้ง มากกว่านี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน เบื่อค่ะ หลีขี้เบื่อ แต่ด้วยอาหารไลน์บุฟเฟต์ที่ดีขึ้น ก็เลยยอมมารีวิว ฮ่าๆๆๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อน คงเงียบๆไป เป็นเพราะปีนี้ที่สังเกตุเห็นคือ มีข้าวหน้าปลาไหล และมีกุ้งย่างค่ะ

Edo03

ข้าวหน้าปลาไหล นี่ถือว่า เป็นของใช้ได้ที่หาได้ยากนิดหน่อย สำหรับไลน์บุฟเฟต์ของญี่ปุ่นค่ะ ในราคานี้นะคะ แหมะ …

Edo08

ที่หลีชอบคือที่นี่มีเค้าน์เตอร์​ Taipanyaki

Edo05Edo14

วิธีสั่งไทปันยากิ คือ เอาเลขโต๊ะของเราที่วางที่โต๊ะไปด้วยนะคะ แล้วพนักงานจะมาเสริฟให้ แต่บางทีหลีใจร้อน ก็ไปรอเลยค่ะ วันนั้นนั่งโต๊ะเลขสิบค่ะ

แล้วก็มี ชาบูหมูเนื้อแยกกันด้วย อันนี้อร่อยค่ะ ขึ้นชื่อของเขา หลีก็ซัดไปสองชาม ตัวเนื้อ เขาบอกว่าใช้เนื้อออสซี่นะคะ หลีไม่ทานเลยไม่รู้ว่าอร่อยไหมแต่เพื่อนทาน เพื่อนบอกว่า แจ๋วค่ะ หลีกินหมูก็แจ๋วค่ะ น้ำซุปอร่อย

Edo07

ด้านล่างเป็นเค้าน์เตอร์สลัดค่ะ

Edo02

ด้านล่างเป็นซุปมิโสะค่ะ หลีไม่ได้กิน ไปจัดชาบูแทน

Edo06

Edo04

อันนี้อารายหว่า ไม่ได้กินเหมือนกันค่ะ

Edo01

อันนี้หัวปลาหางเหลืองนึ่งค่ะ ไม่ได้กินเหมือนกัน เพื่อนกินบอกอร่อยค่ะ

อื่นๆ มีอีกเยอะเลยนะคะ ไลน์อาหารปลาดิบระดับเบสิคค่ะ ไม่ได้มีระดับปลาแพงๆนะคะ แค่เบสิค แล้วก็ side dish ของอาหารญี่ปุ่นเขา มีหมี่เย็นด้วย แล้วก็พวกของทอด

 

ขนมหวาน นอกจากผลไม้ที่เห็นแล้ว พวกเค้กก็นิดหน่อยค่ะ ที่อร่อยคือถั่วแดง กับไอติมค่ะ หลีก็กินไอติมเป็นหลัก วันนั้นได้ไอติมมะนาวมา เยี่ยมเลย

กินจนแทบอ๊วกค่ะ 790 ไม่แพงเลยสำหรับระดับกลางๆแบบนี้ … ถือว่าใช้ได้ แต่ไม่ได้หรูหราฟู่ฟ่านักหนาอะไรนะคะ พอเปลี่ยนบรรยากาศได้ … ก็เลยมาแนะนำค่ะ สำหรับครอบครัวลูกชายวัยกำลังโต ต้องการปริมาณมากกว่าคุณภาพ ฮ่าๆๆๆๆๆ …. ขำขำค่ะ

หมายเหตุ เสาร์อาทิตย์มักเต็ม โทรจองก่อนนะคะ ตอนเย็นจะเปิดร้าน หกโมงเย็นค่ะ หลีเสร็จงานก็จะมารอเปิดทุกทีเลย …​

Review Spa Botanica, The Sukhothai Bangkok, รีวิวสปาที่โรงแรมเดอะสุโขทัยบางกอก English/Thai

For many months, I was quite stressed, so my friend told me to go to spa therapy at Spa Botanica of The Sukhothai Bangkok. For this hotel, this is one of the most famous 5 stars in Bangkok, many people would like to have wedding,have lunch, or stay overnight here. And this was the first time for me for spa here, I was so happy. How Classic it is, How Luxury, Contemporary, modern, Thai Contemporay art and Architecture. What a culture! What a taste and lifestyle for a life, once happening in my life. So cute and So Art!!.

I have been here before, therefore, i quite loved and felt happy to be here again. Long time no see. Today, I asked the staff for the full course of spa therapy and I selected the signature one, named Royal Lotus Beauty & Therapy. Since Lotus is starting popular among the western, I have to try it.

harnn

Botanica Spa of The Sukhothai Bangkok use all amenities and essential oil from Harnn, which is one of the most famous brand in Aromatherapy, Body Care, Nature Spa. With the price of 3,800 Baht of 90 minutes full course massage, I think the price is reasonable enough with this 5-star hotel. I used to work in the 4-stars hotel, the price of spa was more expensive than this price., So it is so fantastic for me.

The style of massage is from Swedish treatment pattern. ( I knew from the conversation between my massager and me.) The massage will develop the flow of our blood, the relaxation of our muscle. The very best hand and finger of my massager could relieve my stress muscle. She is so one of the best massager. Before implementing all process in the course, the staff would ask you about what to avoid during massage, what you want most, which part of your body you want to relieve in your body.

From the conversation, there are 7 different rooms, my room consists of Jacuzzi bath, bathroom, restroom, balcony, two counters for dressing, and two table for massaging.

I started with Jacuzzi in the lotus water for 20 minutes, and then body massage for 40 minutes with lotus oil, finally with facial massage with all Harnn Cleansing lotion, Moisturising oil, and eye cream.

In conclusion, I have to say that I was satisfied with the services and massage from Spa Botanica of The Sukhothai Bangkok.

หลายเดือนที่ผ่านมาหลีค่อนข้างเครียดค่ะ .. เพื่อนเลยชวนไปสปาแล้วก็ส่งซิกมาบอกว่าเมื่อไม่นานมานี้มีแบรนด์ดังระดับโลกมาใช้บริการให้ลูกค้าของสปาโรงแรมนี้เอ่ยชื่อแบรนด์ไม่ได้ค่ะไม่ได้เงินฮ่าๆๆๆๆแต่หลีก็แฮปปี้มากที่จะบอกว่าการไปสปาที่โรงแรมเดอะสุโขทัยแบงค์คอกเป็นอะไรที่ผ่อนคลายมากมายเป็นอะไรที่บอกถึงความหรูหราโอ่อ่าแบบคลาสิกไม่ได้เวอร์วังอลังการแต่ก็เรียบแบบเก๋ๆทุกย่างก้าวที่เดินจากที่จอดรถจนเข้าไปถึงสปาด้านในเป็นแต่ละย่างก้าวที่ได้รับการเอาใจใส่ในอารมณ์ทุกส่วนนี่ไปเองเลยนะคะถึงกล้าเขียนขนาดนี้อาจจะเป็นเพราะต้องรสนิยมด้วยละค่ะบางทีหลีก็ไม่ได้ชอบอะไรลายกนกไทยโบราณทองประกายวิบวับแต่ชอบความหรูหราแบบเก๋ๆมีความ cuteในตัวของมันและที่สำคัญมีความ contemporary อย่างสวยค่ะเอ่อเวอร์ไปหน่อยฮ่าๆๆๆแต่พอดีเคยมาโรงแรมนี้อยู่ปลื้มปริ่มกับโรงแรมพอได้โอกาสรีวิวเลยเวอร์วังนิ๊ดนึงที่หลีจะมาคุยให้ฟังคือเรื่องของสปาค่ะ …. หลีนัดไว้ค่ะว่าขอแบบนวดตัวและนวดหน้าในคราวเดียวกันเขาก็เลยเสนอชุดใหญ่มาให้ที่เป็น Signature Massage ค่ะอันที่หลีเลือกก็คือ Royal Lotus Beauty & Therapy ค่ะอันนี้จะเป็นชุดกลิ่นดอกบัวที่กำลังเริ่มฮิตในเมืองนอกเลยค่ะสปา Botanica ของ The Sukhothai Bangkok ใช้เครื่องหอมและเครื่องประทินผิวทุกอย่างเป็นของ Harnn ค่ะซึ่งหอมหวานอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกบัวและดอกมะลิที่หลีชอบมากด้วยราคาค่าคอร์สนวด 90 นาทีที่ 3800 บาทหลีว่าเป็นอะไรที่ถูกมากสำหรับการนวดสปาในโรงแรมระดับห้าดาว (คือหลีเคยทำงานโรงแรมระดับสี่ดาวมาก่อนค่ะราคาค่านวด 45 นาทีนี่สี่พันกว่าบาทเลยมาเจอราคาที่นี่กรีดร้องเสียงดังมากมายทำจิตใจให้สงบแล้วรีวิวต่อ)

injacuzzi

สไตล์การนวดเป็นแบบ Swedish Treatment ค่ะจะเน้นไปที่การไหลเวียนของเส้นเลือดและเน้นย้ำคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อสัมผัสด้วยสันมือและปลายนิ้วคลึงไปยังเส้นที่ขึงตึงแน่นเปรียะกล้ามเนื้อที่แข็งโป๊กของหลีก็สามารถระทวยได้ด้วยฝีมือนวดของพี่หมวยมืดนวดมือหนึ่งของสปาก่อนจะเริ่มไปนวดเขามีให้ลงบันทึกประวัติก่อนค่ะว่าคุณอยากได้การนวดระดับไหน low medium หรือ hard แล้วอยากให้เน้นตรงไหนหลีก็เลือก medium และเน้นไหล่ค่ะแล้วก็คุณมีสุขภาพยังไงท้องไหม ??? เอ่อ ….ไม่ได้ท้องแค่อวบระยะสุดท้ายจ้าาา

ที่นี่จะมีห้องนวดด้วยกัน 7 ห้อง (อันนี้ชวนหมอนวดคุยค่ะเพราะหลีทนเงียบๆไม่ไหว) จะมีอ่างอาบน้ำที่แตกต่างกันไปอย่างห้องที่หลีนวดจะมีเป็นอ่างจากุซซี่และมีห้องอาบน้ำห้องน้ำเค้าน์เตอร์แต่งหน้าแต่งตัวสองจุดมีระเบียงด้านนอกสำหรับนวดสปาส่วนน่องแต่หลีเลือกนวดทั้งตัวเลยไม่ได้ไปใช้ด้านนอกค่ะแรงดันน้ำของอ่างจากุซซี่นี่ก็ดีมากเลยค่ะไหล่ที่ปวดๆอยู่นี่ได้น้ำบำบัดหรือวารีบำบัดนี่ช่วยได้เยอะค่ะเริ่มเข้ามาในห้องทางพี่หมวยก็ให้เปลี่ยนเสื้อผ้าและน้ำในอ่างจากุซซี่ได้เตรียมเรียบร้อยแล้วกลิ่นมะลิบวกกับกลิ่นดอกบัวหอมอวลไปทั้งห้องแทบจะอยากเทตัวลงไปนอนในอ่างแล้วหลับซะให้ได้แต่ว่าฟองบับเบิ้ลของอ่างจากุซซี่ถอดเสื้อผ้าแทบไม่ทันวิ่งลงอ่างไปเลยค่ะยังๆๆๆๆก่อนลงอ่างนิสัยบล๊อกเกอร์เริ่มสิงเข้าเส้นเลือดไปตั้งกล้องก่อนปรากฏว่า footage ใช้ไม่ได้คลิปที่อัดเห็นนมหมดเลยอดโชว์รูปสวยๆในอ่างน้ำเลยเซ็งฮ่าๆๆๆๆๆๆ

หลังจากนั้นหลีก็จะเริ่มต้นนวดด้วยน้ำมันจากดอกบัวการนวดผ่อนคลายมากมายค่ะใช้เวลานวดประมาณ 40 นาทีแล้วต่อด้วยการนวดหน้าโดยเริ่มจากการทำความสะอาดใบหน้าก่อนแล้วก็สครับหน้าก่อนจะเช็ดออกแล้วลงครีมบำรุงต่างๆเช่นครีมบำรุงตาและครีมบำรุงผิวที่ผสมครีมกันแดดด้วยแน่นอนค่ะทั้งหมดใช้ของHarnn ทั้งหมดนวดหน้าใช้เวลาอีก 30 นาทีทั้งหมดทั้งมวลต้องไปลองค่ะว่าชอบไหมหลีเชื่อแน่ว่าทุกคนน่าจะชอบแบบที่หลีชอบโอ้ยราคาสบายๆแบบนี้สปาข้างนอกแพงกว่าอีกนี่โรงแรมห้าดาวนะตะเองไปลองดูค่ะ

Review H+ Hotel, Salzburg, Austria (English only)

Review H+ Hotel in Salzbutg,

ramada04

When I visited there, its name was Ramada hotel. However, currently, its name is H+ Hotel. I was there in 2015. This is a 4-stars-hotel, located in a very close to the Salzburg Train Station or Salzburg Bahnhoff, which was very good to me for travelling.  Also, the opposite is the bus center station for going anywhere in salzburg, moreover, the next is the car rental office of many brandname car rental. however, this is not near old town for travelling, you have to go to the old city by bus or walk.

The lobby is fine,  staff is friendly and I could ask for battery charger. Next to the hotel is the starbuck, so cool!!

Room is cozy style with all facilities you want, deposit safety box, air condition, hair dryer, good restroom, TV.  All things are clean, well organized, and bed are good. Even though, it is closed to the train station, no noisy at all.

The best thing of this hotel is its breakfast, I love this hotel because breakfast was so full of everything, ham, bacon, many kinds of cheese, many kind of bread, many kind of fruits, many kind of juice, also cereal. I was full with the breakfast of this hotel, comparing to other 4-stars hotel in many cities, I think this hotel provided sufficient good food for the guest. Love it!!!

I didn’t use the service of sauna and gym, I can’t talk about that, but about travelling. As i mentioned above, the opposite of this hotel is all transportation we need, it is very easy to go anywhere.  Good.

รีวิว โรงแรม Maison De Cheer ตรัง

รีวิว โรงแรม Maison De Cheer ตรัง

18268416_1865186190435442_2028913940824840787_n

โรงแรมนี้ หลีจองเพราะโรงแรมอื่นๆเต็มค่ะ ตรังนี่ไม่ใช่เมืองที่จะล้อเล่นกันอีกแล้ว ตั้งแต่มีสนามบินลงมา นักท่องเที่ยวเยอะมาก ยิ่งเกาะกระดาน หรือ แม้แต่ถ้ำมรกต คนยิ่งเยอะ แถมยังเป็นแบบ ทัวร์คนไทยร้อยคน หรือทัวร์ระดับบริษัท หรือ อบต อะไรพวกนี้ มาเที่ยวตรังกันค่ะ โรงแรมเลยเต็มเยอะเลย …​

โรงแรมนี้หลีจองทาง Expedia ค่ะ ราคาเหลือแค่คืนละ 816 บาท ในขณะที่เจอราคาที่ booking.com ราคาไปพันห้าเลยทีเดียว … เวลาจะจองโรงแรม เราต้องดูหลายเวปหน่อยนะคะ ราคาต่างกันขนาดนี้ นิ้วรัวๆกดๆเลยทีเดียวค่ะ แต่ expedia นี่ จ่ายเงินทันทีเลยนะคะ เราก็ไปกัน ห้าคน ก็จองไปสามห้องค่ะ

ขำขำ สถานที่ตั้ง รร นี้ อยู่หลังสถานีรถไฟค่ะ ก็ข้ามรางรถไฟมา แล้วเลี้ยวมาหาสถานีรถไฟอีกที แต่ดีนะคะ เสียงรถไฟไม่ดังมาถึงห้องนอนเลย โรงแรมอยู่ติดกับห้องสมุดประจำจังหวัดตรังเลยค่ะ

18301260_1865186187102109_9213936481183158298_n

วิวหน้าห้องนอนที่โรงแรมค่ะ เป็นสถานีรถไฟเลยทีเดียว

ขำขำอีกครั้ง เมื่อเราไปถึงโรงแรมตาม Google Map เราก็ค้นพบว่า ด้านนอกเป็นโรงแรม ด้านในเป็นโกดัง เฮ้ย โกดังอะไรฟะ … รถขนส่งเต็มไปหมดเลย … พอเราเดินเข้าไป check in เราก็ได้โอกาสถามว่า โกดังอะไร

เราเลยได้คำตอบว่า เจ้าของของโรงแรมนี้คือ เจ้าของของ super market ดังของตรัง ที่ชื่อว่า Super Cheer ค่ะ อ่อ มิน่า Maison De Cheer นี่ก็มาจาก Cheer เดียวกันนี่เอง …

ตอนเช้าๆ จะพบว่า รถขนส่งเยอะไปหน่อยนะคะ ขับรถถอยหน้าถอยหลัง เดินข้างไปมา ก็ระวังหน่อยนะคะ  รถมันเยอะจริงๆค่ะ เข้าออกโกดังเนี่ยแหละ

ห้องพัก ก็ออกไปทางเหมือน service apartment  ที่นอนอย่างดีค่ะ มีทีวี ตู้เย็น free wifi ครบ ไม่มีไดร์เป่าผมนะคะ แหมม ราคาแค่นี้ จะเอาอะไรกันมากมายค่ะ และ ณ  ราคาแค่นี้ ไม่มีอาหารเช้านะคะ ที่โรงแรมมี lift นะคะ แล้วก็ค่าอาหารเช้า เขียนอยู่ว่า 160 บาทค่ะ แต่เราไมไ่ด้ทาน … เราไปซื้อไก่ทอดที่ 7-11 ใกล้ๆ กินกัน อร่อยหง่ะ ..​

ห้องพัก ตินิดเดียว ประตูหนักมาก เปิดปิดยากหน่อย กับห้องน้ำเล็กไปนิด ไม่ function เท่าไร แต่สะอาดสะอ้าน สมกับเป็นโรงแรมใหม่ดีค่ะ

เดินลงมาด้านล่าง ล๊อบบนี้ คนเต็มไปหมด ส่วนใหญ่ก็เป็นคนบ้านๆ เหมือนจะเป็นพวกคนท้องถิ่นเมืองใกล้ๆแวะมาพักมากกว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวค่ะ ไม่เห็นใครเหมือนเราเท่าไร ไม่มีต่างชาติ ส่วนใหญ่คนไทยท้องถิ่นเลยค่ะ แต่โอเคนะคะ มีหนังสือพิมพ์ ทีวี กาแฟ น้ำให้ดื่ม … พนักงานต้อนรับอยู่ 24 ชั่วโมงค่ะ มีค่ามัดจำกุญแจ 200 บาทต่อห้อง คืนเงินเมื่อคืนกุญแจนะคะ …

โดยรวม โอเคค่ะ รร สองดาว ..​ พักเมื่อหาที่พักไม่ได้แล้ว … มันก็โอเคเลยค่ะ